http://www.sisaketedu1.go.th/ | หน้าแรก
       

สุกเอาเผากินจนเคยตัว
     
 

โค้ชกีฬามวยปล้ำ โวยรพ.ศรีสะเกษ ตรวจครรภ์ภรรยา ระบุมีลูกแค่ 1 คน พอแท้งเจอถึง 3 คน ไม่พอใจรพ.ปล่อยเมียทนเจ็บครรภ์จนแท้งเมื่อวันที่ 7 เม.ย. ตัวแทนรพ.รับเสียใจและเป็นเหตุสุดวิสัย ขณะที่ญาติเตรียมฟ้อง ถ้ารพ.ไม่รับผิดชอบ...

7 เม.ย. นายสุนันท์ นุ่นสังข์ อายุ 28 ปี พร้อมด้วยนางปราณี นุ่นสังข์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 หมู่ 10 โรงเรียนกีฬาศรีสะเกษ ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ สองสามีภรรยาได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชน กรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรพ.ศรีสะเกษ จนเป็นสาเหตุให้ต้องสูญเสียลูกที่ภรรยาตั้งครรภ์ฝาแฝด 3 คน แต่ต้องคลอดก่อนกำหนด และเสียชีวิตทั้ง 3 คน

โดยนางปราณี กล่าวว่า ตนตั้งครรภ์เป็นท้องแรกในชีวิต และได้มาฝากท้องกับรพ.ศรีสะเกษ ซึ่งตามกำหนดคลอดที่หมอนัดคือวันที่ 18 ส.ค.53 ที่ผ่านมาตนเข้าใจว่า ลูกที่อยู่ในท้องมีเพียงคนเดียวมาโดยตลอด เพราะในวันที่มีการตรวจคลื่นหัวใจเด็กในครรภ์นั้น พยาบาลที่ตรวจบอกว่าพบเด็กในท้องคนเดียว อยู่ทางด้านซ้ายมือของแม่ แต่ในวันที่ไปตรวจอัลตราซาวด์เมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา ก็ยืนยันว่ามีเด็ก 1 คน เช่นเดียวกัน แต่ที่น่าแปลกใจคือ เด็กที่ตรวจเจอกลับอยู่ด้านขวามือของแม่ แสดงว่าในการตรวจครรภ์และอุลตราซาวด์นั้น เขาไม่ได้ตรวจทั่วท้อง ทำให้ตนเข้าใจว่ามีลูกคนเดียวเท่านั้น กระทั่งวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนเกิดอาการปวดท้องอย่างหนัก มาหาหมอที่รพ.ศรีสะเกษ หมอก็ให้ตนเข้าไปนอนอยู่ในห้องพักผู้ป่วยดูอาการ จนสุดท้ายตนก็คลอดลูกออกมา คนแรกเวลาประมาณ 9 โมงเช้า อึดใจต่อมาก็คลอดคนที่ 2 ตามมา พยาบาลก็ตกใจ เพราะนึกว่ามีแค่คนเดียว และเขาก็มากดที่หน้าท้องตน บอกว่าท้องยังแข็งอยู่ ไม่กี่นาทีต่อมาก็คลอดคนที่ 3 ตามมา ซึ่งในระหว่างที่ตนคลอดลูกออกมา พยาบาลได้จับลูกของตนใส่ลงในถุงดำ เห็นแล้วตนน้ำตาไหล ทำใจไม่ได้ที่ต้องมาสูญเสียลูกทั้ง 3 คนในเวลาเดียวกัน และที่สำคัญ ตลอดเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา ตนเข้าใจว่ามีลูกเพียงคนเดียว แต่พอมารู้ว่าเป็นแฝดสาม และมาเสียพวกเขาไปพร้อมๆ กันอย่างนี้ ก็ยิ่งทำใจไม่ได้เลย

ด้านนายสุนันท์ ซึ่งเป็นโค้ชกีฬามวยปล้ำทีมจ.ศรีสะเกษ กล่าวถึงเรื่องน่าเสียใจที่สุดในชีวิตว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนี้จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าทางโรงพยาบาลจะรับผิดชอบต่อเรื่องนี้อย่างไรบ้าง หากเขาไม่ใส่ใจและไม่สนใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเรา ก็จำเป็นที่ตนจะฟ้องร้องเอาผิดต่อความไม่รับผิดชอบของทางโรงพยาบาล เพื่อไม่ให้เรื่องลักษณะนี้เกิดขึ้นกับคนอื่นอีก และอยากให้ทางโรงพยาบาลยกระดับมาตรฐานการดูแลคนป่วยให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้

ขณะที่นพ.ปฏิพล สันธนาคร สูติแพทย์ รพ.ศรีสะเกษ ชี้แจงว่า สำหรับกรณีนี้ คนไข้มาที่โรงพยาบาลประมาณ 3 ทุ่มของวันที่ 3 เม.ย. มาถึงบอกว่ามีอาการปวดท้อง และมีอาการไอ แพทย์ผู้ดูแลได้ตรวจร่างกายและจัดยาให้ตามอาการ และอนุญาตให้กลับบ้านได้ เนื่องจากคนไข้ไม่มีอาการแทรกซ้อนอย่างอื่นที่จะบ่งบอกว่าจะแท้งหรือไม่อย่างไรเลย คิดว่าคงจะเกิดจากการเกร็งในช่องท้องจากอาการไอ จากนั้นประมาณเที่ยงคืน คนไข้ได้กลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้ง แพทย์ผู้ดูแลจึงนำไปตรวจภายใน พบว่าปากมดลูกเปิด 4 ซม.แล้ว จึงลงความเห็นว่าน่าจะเป็นอาการแท้งคุกคาม จึงนำตัวคนไข้ไปนอนที่ห้องผู้ป่วยเพื่อรอดูอาการ จนกระทั่ง 9 โมงเช้าของวันที่ 4 เม.ย. คนไข้ก็แท้งลูกคนแรกออกมา น้ำหนัก 500 กรัม ซึ่งตามหลักวิชาการแล้ว หากเด็กที่คลอดออกมาน้ำหนักไม่ถึง 1,000 กรัม จะถือว่าเกิดจากอาการแท้งคุกคาม ต่อมาก็แท้งคนที่ 2 และคนที่ 3 ตามมา ซึ่งทุกคนก็ตกใจ เพราะคิดว่ามีเด็กแค่คนเดียว ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ

ส่วนพ.ญ.ราณี คงวัฒนานนท์ สูติแพทย์ ผู้ดูแลการอัลตราซาวด์ของนางปราณี กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่าคนไข้มาทำการอัลตราซาวด์ตอนอายุครรภ์ได้ 4 เดือน ซึ่งถือว่าทารกในครรภ์ยังเล็กมาก และจากที่เราดูขนาดของมดลูกก็ไม่โตมาก เหมือนกับการท้องลูกแฝด โดยการอัลตราซาวด์ เราจะดูจากเงาคลื่นที่สแกนได้ จึงมีโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ ซึ่งเราก็เห็นว่ามีคนเดียวจริงๆ กรณีอย่างนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิด แต่เกิดขึ้นมาหลายรายแล้ว รวมถึงการตรวจความพิการของเด็ก ว่าจะเป็นเพดานโหว่ หรือพิการส่วนอื่นหรือไม่ ตรงนี้ก็ดูยากมาก ไม่ว่าทารกในครรภ์จะมีคนเดียว หรือจะเป็นแฝด ทางโรงพยาบาลเราก็ให้การดูแล และนัดมาตรวจครรภ์อย่างสม่ำเสมอเช่นเดียวกัน

ด้านนพ.อุดม เพชรภูวดี รองผอ.รพ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวทางเราได้เชิญคนไข้และญาติมารับฟังการชี้แจงแล้ว ซึ่งในหลักวิชาการก็เข้าใจ และไม่ติดใจเอาความแล้ว แต่เชื่อว่าสิ่งที่คนไข้และญาติยังติดใจคือ คำพูดของพยาบาลที่อาจจะพูดจาไม่สุภาพบ้าง เนื่องจากคนไข้มีจำนวนมาก อาจจะเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ซึ่งเรื่องนี้ตนก็จะรับฟัง จะนำไปปรับปรุงและพัฒนาด้านการให้บริการ ไม่ให้เรื่องดังกล่าวได้เกิดขึ้นอีก

 
     
      By : ต้องรับผิดชอบ      (118.174.4.*)  7/04/2010 10:48 PM  
 
 
 
  ความคิดเห็นที่: 1  
     
  เคยมีประสบการณ์คล้าย ๆ กันนี้ ลูกชายคลอดก่อนกำหนด เกือบ ๒ เดือน ตัวเล็กมาก ๆ แต่ไม่ได้คลอดที่ รพ.ศรีสะเกษ นะครับ คลอดที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ (ไม่ขอระบุครับ) คลอดออกมามีอาการแทรกซ้อนด้านระบบการหายใจ หยุดหายใจ อาการตัวเขียว เป็นระยะ ๆ ประมาณ ๔ ครั้ง ในตอนนั้น พยาบาล คงถอดใจ คุณหมอไม่สนใจ คงคิดว่าเป็นเรื่องปกติ (ประมาณว่ายังไงคงไม่รอดแน่ ๆ) ตอนนั้นตนเองรู้สึกว่าต้องสูญเสียลูกชายแล้ว รู้สึกเสียใจมาก แต่ในเสียวนาทีนั้นเอง ตนเองคิดว่า จะปล่อยให้เป็นไปอย่างนี้หรือ โดยที่ไม่ทำอะไรเลยหรือ จึงตัดสินใจเดินไปบอกหมอว่าขอเข้า รพ.ใหญ่ หมอบอกตอนเย็นจะพิจารณา เดินกลับมาหาภรรยาและลูก จึงเดินกลับไปอีกและก็บอกหมอว่า เดียวนี้ คือเดียวนี้ แข็งกร้าวไม่ยอมหมอ หมอไม่พอใจ สุดท้ายหมอก็ยอม ให้ขั้นรถ refer ตอนนั้นพยาบาลก็สั่น ผู้ช่วยพยาบาลก็สั่น ไม่กล้าสบตา แล้วผมก็ขึ้นรถ refer พร้อมด้วยภรรยาและลูก ไป รพ.ใหญ่ (ไม่ใช่ที่ศรีสะเกษนะครับ) ไปถึง รพ.ใหญ่ ก็ใช้เครื่องช่วยหายใจ วิเคราะห์โอกาสเป็นไปได้ที่จะมีชีวิต แล้วส่งเข้าห้องไอซียูเด็ก ปัจจุบันลูกชายจะ ๕ ขวบแล้วครับ ตัวโต ฉลาดตามวัย ซน เรียนรู้เร็ว พูดน้ำไหลไฟดับ

ถ้าผมไม่ทำอะไรในตอนนั้น ผมคงไม่มีเขาในตอนนี้ แค่เสียวนาทีที่ผมเลือกที่จะเชื่อในชีวิตของผม เพราะมันคือชีวิตและครอบครัวของผม หากเกิดอะไรขึ้น มันคือผมที่ต้องอยู่กับผลลัพธ์นั้นไปตลอดชีวิต ไม่ใช่ใครอื่น.

เป็นกำลังใจให้ครอบครัวนุ่นสังข์ครับ
 
     
    By: ครูน้อย ๆ      (113.53.74.*) 7/04/2010 11:21 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 2  
     
  ขอเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ แต่ยอมรับว่ารับไม่ได้จริงๆค่ะ เสียใจค่ะ ทำไมเป็นได้ถึงเพียงนี้ ทำไมต้องเกิดเรื่องน่าเศร้าแบบนี้ด้วย  
     
    By: คนรับไม่ได้      (202.143.164.*/192.168.100.120) 8/04/2010 10:36 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 3  
     
  ขออนุญาตนะครับ

เด็กในครรภ์อายุเพียง 5 เดือน คลอดก่อนกำหนดขนาดนั้น สาเหตุที่แท้จริงของการแท้งหรือเด็กเสียชีวิตสืบเนื่องมาจากหมอหรือครับ ...อยู่ที่สุขภาพร่างกายของมารดามากกว่า ว่าปกติสมบูรณ์มากน้อยเพียงใด และ ระหว่างตั้งครรภ์มีการบำรุง หรือปฏิบัติตน มีการระมัดระวังอย่างไร คิดตามเหตุผลให้ ถูกต้องเป็นธรรม แล้วจะทุกข์ใจน้อยลงนะครับ
การทำการอัลตร้าซาวด์ผิดพลาดมดลูกเล็กไม่เหมือนท้องแฝดหนึ่งละ และสอง... แต่นั่นไม่น่าจะเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของเด็กในครรภ์ นะครับ

แต่ถึงอย่างไรก็ขอแสดงความเสียใจกับพ่อแม่ของเด็กด้วยอย่างยิ่ง ครับ

 
     
    By: คิดให้เป็นธรรม      (112.142.170.*) 8/04/2010 11:50 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 4  
     
  ขอแสดงความคิดเห็นด้วยนะค่ะ คืนวันที่ ๕ เม.ย ๒๕๕๓ ที่ผ่านมาเห็นผู้ป่วยคนหนึ่งไปหาหมอเวลาประมาณ ๒๓.๓๐ น. เขามีอาการเลือดออกทางปากแต่ผู้ป่วยไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากอะไร และเขาได้เก็บเลือดที่ออกใส่ถุงไปเกื่อบครึ่งถุงประมาณถุงของหวาน และเข้าพบแพทย์ผู้ชาย หมอก็ถามอาการจากผู้ป่วยโดยที่ไม่ได้ตรวจดูช่องปากเลยและรุบุว่าฟันผุ และญาติก็ถามว่ามันจะเกี่ยวเนื่องมาจากโรคประจำตัวที่เขาเป็นมั๊ยคื่อโรคปอด เพราะตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเลือดออกจากช่องปากหรือออกมาจากข้างใน รู้มั๊ยหมอตอบว่า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับโรคนั้นด้วย ซึ่งญาติก็ได้ตอบไปว่า ถ้ารู้จะมาปรึกษาหมอทำไมค่ะ ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้คิดว่าทำไมหมอถึงไม่มีจรรณยาบรรณเลย ที่ถามเพราะอยากรู้และข้องใจว่าเลือดมันออกมาจากตรงไหนกันแน่
ถ้าหมอให้คนไข้อ้าปากและส่องดูสักนิดจะไม่ว่าเลย แต่นี่ถามอย่างเดียวแล้วก็สรุปว่าฟันผุ
ซึ่งมันก็อาจจะถูกแต่ผู้ป่วยก็อยากให้หมอตรวจดูบ้างไม่งั้นเขาก็คงไม่ไปหาหมอหรอกนะค่ะ
 
     
    By: ญาติผู้ป่วย      (61.19.66.*) 8/04/2010 12:34 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 5  
     
  ก็ถูกต้องแล้วนี่ครับ ดีนะ ที่หมอไม่สรุปว่า เนื่องมาจากโรคผิวหนัง  
     
    By: คนมาจาก100พ่อ1,000แม่ครับ      (112.142.170.*) 8/04/2010 12:58 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 7  
     
  ไปโรงพยาบาล...แนะนำว่าไม่ต้องกลัวครับ...ถ้าเห็นว่ามันไม่ดูแลเราจริง ๆ .... โวยเลยครับพี่น้อง....แต่ขอให้เป็นทางเลือกสุดท้ายนะครับ...  
     
    By: ทอน      (61.19.148.*/192.168.0.168) 8/04/2010 01:17 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 8  
     
  ภรรยาเคยแท้งลูกคนแรก แล้วไปขูดมดลูกที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ และหมอบอกว่าพบเนื้อภายในมดลูกเดี๋ยวนี้ยาวประมาณ 1 เซ็นติเมตรครึ่ง และให้รออีก 1 เดือนให้มาตรวจใหม่ ถ้ายาวขึ้นน่าจะเป็นเนื้อร้าย เล่นเอาใจห่อเหี่ยว กลัวชาตินี้จะไม่มีคนสืบสกุล และกลัวสุขภาพคู่ชีวิตด้วย แต่ก็เหมือนมีอะไรมาดลใจว่าให้ไปตรวจที่อุบลดูซิ หมอจะเห็นเหมือนกันใหม พอไปตรวจที่ อุบลก็ปกติ เดี๋ยวนี้มีลูก 2 คน คนโตจะขึ้น ป.2 ปีนี้  
     
    By: การวินิจฉัยโรค      (118.174.37.*) 8/04/2010 02:48 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 9  
     
  ขอเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับคุณภาพ หมอ รพ.ศรีสะเกษ คือว่า ปีที่แล้ว ลูกชายอายุ 14-15 ปี เป็นเด็กโตเร็วมาก เพราะเล่นกีฬาและดื่มนมมาก ต่อมาเกิดเป็นรอยปริและเป็นแผลเป็นที่แผ่นหลัง แต่ไม่เจ็บ จึงพามาพบหมอ รพ.ศรีสะเกษ หมอบอกว่า เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง จึงให้ยากินและยาทามาจำนวนมาก รักษาอยู่ ประมาณ 10 วัน อาการไม่ดีขึ้น จึงไปหาหมอที่ รพ. สรรพสิทธิฯ นำยาที่เหลือไปด้วย เล่าให้หมอฟังและพอหมอขอดูแผ่นหลัง หมอหัวเราะก๊าก บอกว่า แพทย์ศรีสะเกษวินิจฉัยได้อย่างไร เป็นอาการปกติที่เกิดกับเด็กที่โตเร็ว ใช้ยารักษาแผลทาไม่นานแผลก็หาย นี่ตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนคุณภาพของหมอ รพ. ศรีสะเกษ  
     
    By: ผู้รับบริการ      (113.53.74.*) 9/04/2010 02:01 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 10  
     
  ประสบการณ์ครั้งที่สอง ตัวเองเป็นงูสวัดที่หนังศรีษะ ปวดหัวรุนแรง ไปรักษาที่ รพ.ศรีสะเกษ 3 ครั้ง หมอบอกไม่ได้ว่าเป็นอะไร ไปครั้งที่สอง ที่สามก็มีแต่เปลี่ยนยาให้ แต่ก็ไม่บอกให้ชัดว่าเป็นอะไร จึงตัดสินใจไปหาหมอเชิญที่อุบลหมอบอกว่าเป็นงูสวัด แต่อยู่ลึกจึงไม่ค่อยปรากฎตุ่มให้เห็น ฉีดยาให้เข็มเดียว ให้ยากินมาด้วย แต่ยากินถือไปหล่นที่ไหนก็ไม่รู้ แต่ก็หายเป็นปลิดทิ้ง  
     
    By: ผู้รับบริการ      (113.53.74.*) 9/04/2010 02:14 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 11  
     
  ภรรยาเคยไปคลอดที่ ร.พ.ศรีสะเกษ(ฝากครรภ์ที่คลินิก) ปวดท้องตั้งมากตั้งแต่ หนึ่งทุ่ม จนถึงหกโมงเช้า โดยไม่มีหมอมาดู มีพยาบาลห้องคลอดคอยเดินมาตะคอกใส่ว่าอย่าร้องรอให้คลอดเองตอนนี้ไม่มีหมอผ่าหรอก พอเด็กคลอดน้ำหนักเกือบ๔กิโล พยายาลถึงกับเหวอ  
     
    By: คุณพ่อ      (115.67.80.*) 9/04/2010 10:28 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 12  
     
  เจอมาเหมือนกัน เห็นใจ เข้าใจพยาบาลิเพราะเป็นฝ่ายปฏิบัติและใกล้ชิดผู้ป่วยมากที่สุด แต่ที่น่าประณามมากที่สุดคือ แพทย์ (หมอ) รพ.ศรีสะเกษ ตรวจมักง่ายพอเสร็จๆ ร้ายกว่านั้น 2 ทุ่ม พยาบาลโทรตามมาดูคนใกล้อาการหนัก กลับไม่เอาใจใส่ ให้พยาบาลช่วยกันรักษาตามอาการ และทุกวันนี้มีหมออายุน้อยๆที่จบมาใหม่ น้อยทั้งประสบการณ์ ทักษะ จิดเอื้อาทรคนไข้ พูดไม่คิดถึงความรู้สึกคนไข้ มีไอคิวแต่ไร้ อีคิว สมมุติฐานการวินิจฉัยโรคผิดๆถูกๆทำความปวดร้าว เสียใจให้ญาติคนไข้มามากแล้ว ไม่ทราบว่า ผอ.รพ. ศก. เคยประชุม อบรม จรรยาบรณ การสำนึกในหน้าที่ การห่วงใยในชีวิตคนอื่นเหมือนที่ห่วงชีวิตตนเองหรือปล่าว ขอแนะนำถ้าไม่จำเป็น หรือสุดวิสัย อยากให้ไป รพ. อุบล เขาเอาใจใส่ดี หมอ รพ.ศก.( บางคน ) แย่มากๆๆๆ เห็นแก่ตัว ผลประโยชน์ที่คลีนิค ลาออกซะ ให้หมอที่ดีๆ มีจิตสำนึกเกิดขึ้นใน รพ.ศก.ทีเถอะเจ้าประคุ้น.. สาธุ  
     
    By: คน      (118.174.26.*) 10/04/2010 06:07 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 13  
     
  เพื่อนประสบอุบัติเหตุ รักษาที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ รักษาอยู่ 3 วันก็ไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับการรักษา หรือว่าอาการจะดีขึ้น ให้แต่ยา พารา กับยาแก้อักเสบ ก็เลยคิดว่าจะส่งต่อไปรักษาที่ อุบล ทางโรงพยาบาลก็อิด ออด เยื้อมาได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ก็ได้รับคำบอกจากพยาบาลชั้นผู้น้อยในโรงพยาบาล ที่เป็นเพื่อนกันว่าให้ส่งไปรักษาที่อุบลเถอะ ที่นี้เลยขอร้องทางโรงพยาบาลว่า หัวเด็ดตีนขาดยังไงเราอยู่ให้เราไปอุบลเถอะ ในที่สุดก็ยอม พอมารักษาที่อุบล และก็พึ่งรู้ว่า กระดูกไหปลาร้าหัก หมอจึงได้เอาเฝือกมาใส่ให้  
     
    By: อย่างนี้ก็มีในโลก      (118.174.15.*) 10/04/2010 06:31 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 14  
     
  ขอชื่นชม คุณหมอที่อยู่ราษีไศลคุณหมอได้ลาออกมาทำคลีนิคในภาคเช้า และภาคบ่ายมาทำงานที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ ดิฉันได้พาคุณแม่ไปตรวจ คุณหมอพูดจาไพเราะมาก แนะนำดีจนคุณยายพอใจ ทุกวันนี้คุณแม่จะไปโรงพยาบาลจะยกมือ สาธุ วันนี้ขอให้ได้ตรวจกับคุณหมอคนเดิมเด้อ...สาธุ  
     
    By: ลูกคุณยาย      (113.53.177.*) 10/04/2010 08:20 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 15  
     
  เคยเข้ารับการตรวจเกี่ยวกับระบบภายในของสุภาพสตรีจาก รพ.ศรีสะเกษ เหมือนกันและจำไม่เคยลืมเกี่ยวกับการให้บริการจากบุคคลที่วงการต่าง ๆ ให้การยกย่องว่าอยู่ในวงการวิชาชีพชั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพูดจากับผู้ป่วยหรือความละเอียดละออในการตรวจเบื้องต้น พูดจาเหมือนกับว่าเราไปขอตรวจฟรี แถมไม่แนะนำทางเลือกในการรักษาแต่อย่างใด เป็นเหมือนกันหมดทั้งแพทย์ชายและหญิง ไม่ทราบว่าแพทย์แผนกอื่นเป็นเหมือนกันหรือเปล่า (ทั้งที่เราก็แต่งตัวดี มีการศึกษา แล้วชาวบ้านจน ๆ ล่ะ) จนกระทั่งทุกวันนี้ถ้ามีอาการเจ็บป่วยอย่างไร ขอเสียเวลา เสียเงินเข้ารับการตรวจรักษาในสถานพยาบาลที่ให้บริการในทุกด้านจะดีกว่า ไม่เสียอารมณ์และเสียเงินฟรีด้วย  
     
    By: เคยเจอเหมือนกัน      (119.31.121.*) 10/04/2010 08:37 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 16  
     
  ครั้งหนึ่ง ผมไปเยี่ยมญาติที่ป่วยพักค้างคืนในรพ.ศก. ประมาณ 3 - 4 ทุ่ม สังเกตเห็นยายคนหนึ่งพยายามใช้ผ้าเช็ดตามใบหน้า ลำตัว แขน ขา ของคนป่วยที่นอนในเตียง(สามีของยาย)แล้วใช้แป้งทาจนทั่ว สุดท้ายคุณยายใช้ผ้าห่มห่มปิดทั้งตัวทั้งใบหน้า ผมสงสัยเลยถามยายว่า เอาผ้าปิดหน้าตาทำไม เดี๋ยวหายใจไม่ออก... ยายพูดเบาๆ ด้วยเสียงสั่นๆ ว่า ..ตาแกตายแล้ว.. ผมตกใจปนแปลกใจ เลยพูดว่า.. อ้าว ยาย แล้วทำไมไม่บอกคุณหมอละครับ. ยายบอกว่า.. ไม่กล้าบอก เพราะพูดกับหมอ/พยายบาลทีไร โดนด่าตลอด(แกพูดแบบนี้) ผมก็เลยอาษาไปแจ้งคุณพยาบาลเอง... "คูณหมอครับ ไปดูคนป่วยหน่อยครับ.." พยาบาล" ดู ทำไมหรือคะ" ผมว่า"คนป่วยน่าจะตายแล้วครับ. คุณพยาบาล มองหน้าผม ด้วยท่าทางที่ไม่เป็นมิตรนัก แล้วถามด้วยเสียงแข็ง กระด้างว่า " รู้ได้ยังไงว่าตาย" ผมขนลุกซู่ ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้ สักพักพยาบาล 2 - 3 คน ก็เดินมาดูคุฯตาคนนั้น แล้วพูดกันเบาๆ ว่า .. เออ แกตายแล้วจริงๆ.. แล้วจัดการเก็บศพของแกห่อด้วยผ้าเรียกคนมาเข็นออกไป...จบ สำหรับชีวิตรากหญ้า 1 ชีวิต  
     
    By: ก็เจอบ่อย      (125.26.70.*) 11/04/2010 10:48 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 17  
     
  การเขาเห็นการตายเป็นเรื่องปกติไม่ได้หมายความว่าชีวิตคนอื่นไร้ค่า ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับครอบครัวเขา เขาจะถือเป็นเรื่องปกติไหม ขออโหสิกรรมสำหรับพวกที่เห็นคนอื่นไร้ค่า ถ้าคิดว่าบาปกรรมมีจริง บาปคือความไม่สบายใจขอให้คุณซึ่งเป็นอาชีพที่ต้องช่วยเหลือคน ให้มีจิตใจเมตตามากกว่านี้ จะขอสาธุในกรรมดีของพวกคุณ  
     
    By: เห็นใจคนด้วยกัน      (113.53.74.*) 11/04/2010 11:55 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 18  
     
  ความจริงเจอมามากเหมือนกันนะคะ
แต่เอาใจเขามาใส่ใจเรา
กลับตัวเราเป็นเขา อยู่สิบตลบ
กลับไปกลับมา จึงทำใจได้เพราะเฝ้าไข้อยู่ที่โรงพยาบาล นาน 3 เดือนเศษๆ มีข้อสังเกตดังนี้
1.เจ้าหน้าที่ก็คือปุถุชนคนธรรมดา บางคนไม่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ หลายคนพื้นเพทางครอบครัวไม่สอนลูกให้รู้จักการบริการ คนทุกระดับชั้น ไม่มีจิตอาสา ไม่เอาใจใส่ในงาน และเอาอารมณ์จากครอบครัว มาลงที่คนป่วยและญาติคนป่วย
2.คนป่วยและญาติคนป่วยบางรายก็เอาแต่ความรู้สึกของตนเองเป็นใหญ่เห็นเจ้าหน้าที่เป็นคนรับใช้ ที่ต้องเรียกใช้ตลอดเวลา โดยไม่ยอมที่จะช่วยเหลือตนเองเลย ไม่อ่านข้อตกลงของการใช้โรงพยาบาลร่วมกัน ญาติผู้ป่วยหลายคนไม่มีมารยาท ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น และชอบหยิบฉวยของผู้อื่นเป็นของตนเอง
และข้อที่3. ทุกวันนี้การรักษาเขาแบ่งคนไข้ของใครของเรา เรียกว่าแย่งคนไข้กันเพื่อรายได้ หมอแต่ละตึก จะไม่ยอมทำการรักษาคนไข้ที่ตัวเองไม่ได้รับเข้ามา หากจะรักษาก็ต้องเปลี่ยนยา หรือเพิ่มยาตัวใหม่ไปเรื่อยๆเห็นคนป่วยเป็นหนูทดลอง เห็นญาติผู้ป่วยเป็นแผนกสนับสนุนต้นทุนการลองยา ที่แสนจะแพง

ไม่รู้อะไรกันหนักหนา.....ความจริงมีเรื่องมากมาย แต่พูดไปก็ไม่มีใครเขาเดือดร้อนกันหรอกนะ เพราะที่นี่บอร์ดของคุณครู ไม่ใช่บอร์ดโรงพยาบาล
 
     
    By: เป็นกลาง      (125.26.75.*) 12/04/2010 01:00 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 19  
     
  ท่านความคิดเห็นที่ 18

....... ท่านมีจิตสร้างสรรค์ฮะ ข้อเท็จจริงต่างๆที่ท่านนำมาเปิดเผย เป็นการ "ติเพื่อก่อ" ....เป็นข้อบกพร่อง (ทางจิตสำนึกที่ดี...) ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งท่านผู้บริหารควรเอาใจใส่ดูแลพฤติกรรมของบุคคลในองค์กร รวมทั้งการให้การบริการ... ตามที่ได้รับฟังมา หลายๆเสียง ..... ควรได้รับการปรับปรุงพัฒนา อย่างยิ่งยวด

ข้อเท็จจริงที่นำมาเผยแพร่เป็นประโยชน์มากครับ เชื่อแน่ว่า ผู้ได้รับข้อมูล จะเกิดการวิเคราะห์ และนำไปพิจารณา ต่อไป เพราะองค์กรที่ท่านกล่าวถึง เป็นองค์กรที่ให้บริการผู้ป่วย มีผลกระทบต่อผู้ป่วยโดยตรง และ สังคม
 
     
    By: ชื่นชม สนับสนุน      (112.142.102.*) 12/04/2010 03:28 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 20  
     
  เมื่อเดือนที่แล้วได้ไปเฝ้าคนป่วยอยู่ที่ รพ.ร้อยเอ็ด ตึก ๓ ชั้น ๒ อยู่หลายวัน พบว่า เจ้าหน้าที่ไม่ค่อยกระตือรือร้นกับงานในหน้าที่เลย พื้นผนังเก่า ๆ ระเบียงด้านนอกห้องพื้นปูด้วยกระเบื้องแบบตัวหนนอน เวลาทำความสะอาดคิดดูก็แล้วกัน บานเกร็ดก็ไม่สะอาด ญาตผู้ป่วยบางคนก็ปูเสื่อนอนกับพื้นยุงก็เยอะ ที่น่าสมเพช มีแมวหลายตัววิ่งกันอยู่ขวักไขว่ทั้งกลางวันกลางคืน เรื่องจริง ผมว่าเทียบกับ รพ.ศรีสะเกษเราดีแล้ว ดีมากด้วย  
     
    By: เอ      (113.53.74.*) 14/04/2010 04:44 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 21  
     
  ขอเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์ตนเองที่เคยไปตรวจกับคุณหมอผู้หญิงที่ทำงานแบบสุกเอาเผากินจนทุกวันนี้บอกตรงๆว่าเห็นหน้าคุณหมอคนนี้แล้วไม่อยากมองหน้า เธอ...เป็นหมอที่รพ.ศรีสะเกษ เรามีปัญหามีบุตรยากไปปรึกษาเธอ...และตรวจภายในเราเป็น5-6ครั้งให้ยามาทานบอกว่ากระตุ้นไข่ตกต่อมานัดไปเป่าท่อเป็นการทรมานร่างกายสุดๆ...เจ็บสุด..ในชีวิตไม่เคยเจ็บขนาดนี้..แต่เธอทำไม่ได้เอาเครื่องมือเข้าไม่ได้บอกว่าเรามีเนื้องอกขวางปากมดลูกสั่งให้เรากินดื่มนำสองลิตรแล้วเข้าไปอัลตราซาวด์ปรากฎว่าหมอคนเดิมนี้และเธอพูดหน้าตาเฉยว่าไม่มีเนื้องอกเป็นพังผืดเล็กๆประมาณ3ไมคอนเราไม้รู้เรื่องด้วย...เจ็บก็เจ็บสรุปต้องกลับบ้านแบบเจ็บปวดเฉยๆได้ยาพาราไปกินไม่กี่เม็ดที่เสียความรู้สึกคือกลัวไปหมดกับคำพูดคุณเธอเรื่องเนื้องอก..ทุกวันนี้ผ่านมาเกือบ10ปี..เราตรวจสุขภาพทุกปีผลบอกว่ามดลูดปกติดีไม่มีปัญหา....แต่คุณเธอก็ยังเป็นหมอที่โรงพยาบาลศรีสะเกษอยู่...ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะวินิฉัยโรคแบบนี้...ทั้งๆที่เธอเป็แพทย์สูตินารีเวช  
     
    By: เยื่อคุณหมอรา....แล้ว      (125.26.69.*) 14/04/2010 06:24 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 22  
     
  เราก้เคยมีประสบการณืเหมือนกันค่ะ
วันนั้นดิฉันปวดท้องมากไปหาหมอที่ รพ.ศรีสะเกษ ไปถึงเจอหมอเด็กใหม่บอกว่าดิฉันเป็นโรคกระเพาะแล้วให้ยามากิน อีก3วันต่อมาก้ปวดอีกมันปวดมาเรื่อยๆทุกวัน ก้ได้มาหาหมออีกหมอคนใหม่ก้บอกว่าสงสัยกินอาหารไม่สะอาด เชื่อไม๊คะดิฉันมาหาหมอที่นี่ ประมาณ5ครั้งได้ทุกคนลงความเหนว่าดิฉันเป็นโรคกระเพาะบ้างบ้าง ปวดท้องเมนส์บ้าง
สุดท้ายครั้งที่6 คุณแม่ดิฉันพาไปตรวจที่เดิมอีกทีนี้ดิฉันปวดท้องมากกกก แม่ก้โวยวายขึ้นมาพยาบาลถึงลัดคิวให้เพราะอาการหนักมาก ดิฉันตัวเหลืองหน้าเหลืองไปหมด โชคดีวันนั้นเจอคุณหมอ อนันตโชค แกตรวจแปปเดียวแกสั่งแอดมิชเลยค่ะ ผลตรวจบอกว่าดิฉันไส้ติ่งแตกค่ะ ถ้ามาช้ากว่านี้สักชั่วโมงตายแน่นอน ทรมานมากค่ะ แล้วไหนล่ะโรคกระเพาะที่หมอคนอื่นบอกว่าเป็น
งานนี้ต้องขอขอบพระคุณคุณหมออนันตโชคด้วยนะคะ
 
     
    By: ด้วยคน      (124.121.196.*) 1/09/2012 02:28 PM
 


     
 
       
ชื่อ ::
  *
  รหัส ::   (เฉพาะสมาชิก)
 
อีเมล์ ::
  (สมาชิกไม่ต้องกรอก)
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
รายละเอียด ::
  *
  ใส่รูปแสดงอาการ ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
 
รูปประกอบ ::
  ไม่เกิน 50 Kb
       
     
 
     
 
 Search Word:
Support by http://www.pao-sisaket.go.th
This programe support PHP 4, MySQL Developer by NOKESTUDIO In Thailand
NINEBOARD Vol 3.0 Copyright © 2001-2002 NINETO SOLUTION All Rights Reserved.