http://www.sisaketedu1.go.th/ | หน้าแรก
       

วิถีแห่งความสุข
     
 

บทที่ 1
สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงหรือ ?

ในขณะที่เรากำลังได้รับอันตราย หรือมีความทุกข์ร้อนกายใจ เราอาจจะเคยไหว้พระ และภาวนาถึงพระผู้เป็นเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เพื่อให้ท่านช่วยปกปักรักษาให้เรารอดพ้นจากภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น คนที่นับถือศาสนาพุทธจะนึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือใครที่นับถือตามวิถีอนุตรธรรมก้จะนึกถึงพระศรีอริยเมตตรัยพระโพธิสัตว์จันทรา ( กวนอิม) และพระอาจารย์จี้กง ถ้าใครนับถือศาสนาอิสลามก็จะนึกถึงพระอัลเลาะห์ผู้เป็นเจ้าส่วนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ จะนึกถึงพระเยซูคริสต์
ทุกศาสนาจะมีประวัติความเป็นมาขององค์ศาสดาประจำศาสนานั้น ๆ รวมทั้งอาจมีการกล่างถึงอภินิหารหรือบุญญาธิการที่แตกต่างกันไป ทำให้คนเป็นจำนวนมากมายมหาศาล เกิดความเคารพ ศรัทธา นับถือ กราบไหว้บูชาศาสดา ของแต่ละศาสนา
บางครั้งเราอาจจะอดคิดไม่ได้ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงหรือไม่ เพราะเราก็เพียงแต่ได้ศึกษาตามตำรา หรือฟังเขาเล่าต่อ ๆ กันมา และเราทุกคนคงไม่เคยได้เห็นและมีโอกาสได้พบ ได้สัมผัส เจรจากับองค์ศาสดาของทุก ๆ ศาสนา แต่เมื่อผู้ใดได้ประพฤติปฏิบัติตามคำสอน โดยใช้ปัญญาใคร่ครวญให้ดีแล้วก็มักจะก่อให้เกิดผลดี
มีประโยชน์ จะพบกับสิ่งที่ดี ที่งาม นำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองต่อตนเองและสังคมแทบทั้งสิ้น
ย่อมพอสรุปได้ว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริง คืออำนาจแห่งคุณงามความดีที่เราได้ทำนั่นเอง












 
     
      By : คนธรรมดา  Mail to คนธรรมดา    (118.175.254.*)  13/10/2011 11:37 AM  
 
 
 
  ความคิดเห็นที่: 1  
     
  บทที่ 2
โลกาจะวินาศจริงหรือ ?
หลายคนคงเคยได้รับทราบข่าวบิลาดินบงการให้ทำวินาศกรรมขับเครื่องบินชนตึกเอ็มไพรเสตรท ถล่มทลาย คนหลายพันคนเสียชีวิต หรือแม้ในอดีตก็เคยมีข่าวโรงงานน้ำตาลเคเดอร์ถูกไฟไหม้ค่าชีวิตคนนับร้อยชีวิตจนได้รับฉายาว่า “โรงงานนรก” หรือแม้แต่ข่าวโรงแรมรอยัลพลาซ่าถล่มเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2537 เพราะความโลภมาก เห็นแก่ตัว ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของวิศวกรและเจ้าของโรงแรม รวมทั้งผู้มีอำนาจในการควบคุมการก่อสร้าง จนได้รับฉายาว่า
“โรงแรมนรก” ต่อมาก็มีข่าวการเกิดเพลิงไหม้ของคลังเก็บสินค้าย่านคลองเตย
เผาผลาญสารพิษและสารเคมี จำนวนมหาศาล หรือแม้แต่การเกิดน้ำเน่าเสีย อากาศเป็นพิษ การเผาโรงเรียนที่ภาคใต้ครั้งแล้วครั้งเล่า และถึงการเสียชีวิตของชาวใต้เกือบร้อยชีวิตกรณีสลายม้อบที่อำเภอตากใบ ดูแล้วอะไร ๆ ในโลกนี้จะกลายเป็นนรกไปเสียหมดแล้ว ซึ่งสุจิตต์ วงษ์เทศ ได้ประพันธ์เหตุการณ์ไว้คราวหนึ่งไว้ดังนี้
ไม่ใช่ห่าก็เหมือนห่ามาพิฆาต เด็ดชีวินสิ้นชีวาตม์ให้ขาดหาย
อยู่โรงงานโรงงานมอดลงวอดวาย อยู่โรงแรมโรงแรมหายตายเป็นเบือ
เป็นโรงเรียนยังไม่รอดยังมอดไหม้ แล้วที่เล่าจะรอดให้หลงเหลือ
จะพึ่งพาหาใครให้คลุมเครือ จะไว้เนื้อเชื่อใจเชื่อใครกัน
อนิจจาห่าลงไม่สงสัย มันลงเขตประเทศไทยภัยมหันต์
คนดีดีต้องตายวายชีวัน ไม่ควรตายตามกันก็ต้องตาย
นี่แหละห่าบริโภคโรคสังหาร ลงกินบ้านกินเมืองกันฉิบหาย
ล้วนห่าโลภค้ากำไรไปทุกราย หลายชีวิตต้องตายอีกหลายครั้ง

มนุษย์มีสิ่งที่ทำให้จิตใจเสื่อมทรามลงทุกวัน เพราะความโลภ ทำให้ป่าไม้ต้องถูกทำลาย
ใกล้จะหมดจากโลก อากาศจึงร้อนขึ้นทุกวัน ฝนไม่ตกตามฤดูกาล น้ำขาดแคลน ลำธารแห้งขอดอ่างเก็บน้ำมีน้ำไม่พอเพียง เกิดภัยแล้งซ้ำซาก เกิดอัคคีภัยอยู่เนืองนิตย์ ในฤดูฝนก็เกิดน้ำบ่าไหลหลาก เกิดอุทกภัยน้ำท่วมซ้ำซาก เกิดทุกขเวทนาขึ้นอย่างมากมายมหาศาล
ในด้านสังคมและความเป็นมนุษย์ในปัจจุบัน ได้มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปในทางที่เสื่อมทรามลงมากถึงขีดต่ำสุดของความเป็นมนุษย์ เช่น คดีพ่อข่มขืนลูก แม่ทิ้งลูกในใส้ คดีเมายาบ้าฆ่าลูกเมียตนเอง ฆ่าหั่นศพ มีกรณีปล้นชิง วิ่งราว ฆ่าข่มขืนและอีกมากมายที่ไม่สามารถจะพรรณาได้หมดในที่นี้
ในด้านสงคราม ก็ไม่มีวันสิ้นสุด เช่นกรณีการสู้รบในตะวันออกกลาง การต่อสู้กันระหว่าง อิรักกับสหรัฐอเมริกา หรือการก่อร้ายที่เกิดขึ้นในทั่วโลกนั้นได้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
สัญญาณอันตรายที่สุดคือการสร้างอาวุธรบนิวเคลียร์ และระเบิดเชื้อโรค หากเกิดสงครามโลกขึ้นอีกครั้งหนึ่งโลกคงจะถึงกับวินาศแหลกเป็นจุลภายในพริบตา
ในด้านโรคระบาดเป็นยุคที่มีโรคร้ายแรงเกิดขึ้น คร่าชีวิตมนุษย์เป็นจำนวนมากมายมหาศาล เช่น โรคเอดส์ โรคไข้หวัดนก โรคซาร์ โรคมะเร็ง โรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจและที่เกิดกันแทบทุกวันคือ โรคอุบัติเหตุ
ภัยร้ายต่าง ๆที่เกิดขึ้นย่อมก่อให้เกิดความทุกข์ยากเดือดร้อนแก่มนุษย์ทั้งสิ้น ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเกิดมาจากความชั่วร้าย และความเห็นแก่ตัวอย่างร้ากาจ ในจิตใจของมนุษย์นั่นเอง
โรคร้ายที่เป็นอันตรายใหญ่หลวง ครอบงำไปทั่วโลกทุกวันนี้คงจะเป็นโรคจิต โรคที่เกิดจากความคิดจิตใจที่เต็มไปด้วยความโลภ โกรธ หลง ของมนุษย์ ที่ขาดสติในการยั้งคิด เมื่อคนเรามีจิตใจที่ไม่ดีงาม หรือมีสติวิปลาสไป ย่อมทำให้เกิดกลียุคไปได้ทั่ว จะเอาอะไรมารักษาโลก ให้เกิดความสุขสงบ แก่ชีวิตของเราและเพื่อนมนุษย์ขึ้นมาได้ เราจะทำอย่างไรดี ?

 
     
    By: คนธรรมดา   Mail to คนธรรมดา      (118.175.254.*) 13/10/2011 11:43 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 2  
     
  บทที่ 3
สิ่งใดที่จะรักษาชีวิตและโลกของเราไว้ได้ ?
มีคำกล่าวว่า “ ความรู้ท่วมหัวพาตัวไม่พ้นทาง บทกลอนเต็มพุงกางไม่รู้ทางที่เกิดตาย” และเมิ่งจื้อ
กล่าวว่า “ เมื่อโลกจมลงสู่หายนะจะกู้คืนได้ด้วยธรรม ” นับเป็นคำที่น่าสนใจนำมาคิดวิเคราะห์ เพื่อเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตให้เกิดความสุข ซึ่งจะลำดับได้ดังนี้
1. การรักษาชีวิต
การที่เราจะรักษาชีวิตและโลกไว้ย่อมต้องรู้ให้ได้ว่าตนเองอยู่ที่ใดและเป็นอะไร เป็นที่รู้ดีกัน
โดยทั่วไปอยู่แล้วว่าคนเรานั้นจะประกอบขึ้นด้วย “ กาย ” และ “ จิต ” จิตญาณดั้งเดิมของมนุษย์นั้นมีความบริสุทธิ์ไม่มีความโลภ โกรธ หลง มีความดีงาม ไม่ทุกข์ร้อน อิจฉาริษยาใคร ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ใครอยู่ใกล้ก็เป็นสุข เปรียบได้กับความดีงามในจิตใจ
จิตเดิมของเราเปรียบได้กับพระอริยเมตตรัยองค์ศักดิ์สิทธิ์เบื้องบนนั่นเอง แต่เมื่อเวลานานเข้า จิตของคนเราที่อยู่ภายในกายสังขาร อันได้แก่สัมผัสทั้ง 5 คือ หู ตา จมูก ลิ้น และสัมผัส ได้ไปกระทบกับสิ่งแวดล้อมที่ชั่วร้าย ส่งผลให้จิตเดิมของเรา สกปรกเต็มไปด้วย กิเลส ตัณหา รัก โลภ โกรธ หลง เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว ยึดมั่นถือมั่นว่า เป็นตัวกู ของกู ก่อให้เกิดความทุกข์ เมื่อไม่ได้มาดังที่ใจต้องการ ก็จะหาวิธีการแทบทุกอย่างที่จะกอบโกย โกงกิน เบียดเบียน สร้างกรรมชั่วทำบาปกรรม จนทำให้ตนเองกลายเป็นคนชั่วช้าสามาน จมปรักอยู่ในกองทะเลทุกข์ เป็นนรกในใจที่ไม่มีวันที่จะไถ่ถอนได้
เมื่อจิตใจคนเรามีความสกปรกเสียแล้ว ก็จึงเปรียบเหมือน “ ตกนรกทั้งเป็น ” อยู่ไม่เป็นสุข ไม่มีวันที่จะหลุดพ้นจากห้วงทะเลทุกข์ได้ เพราะหลงอยู่ใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ยากที่จะสามารถกลับคืนหาจิตเดิม ที่บริสุทธิ์ ได้ การรักษาชีวิต ก็คือ การรักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ แจ่มใส มุ่งมั่นใฝ่ใน ในการสร้างคุณงาม ความดี นั่นเอง
2. การรักษาโลก
หันเหล่าเฉียนเหยิน กล่าวว่า “ ประเทศชาติมีประชาชนเป็นหลัก ประชาชนมีจิตใจเป็นหลัก
ของชีวิต ” สังคมเสื่อมทรามลง เพราะคุณธรรมของคนในสังคมตกต่ำ จิตใจไม่ดีงาม คนบำเพ็ญธรรมจึงต้องเป็นแรงฉุด เพื่อแปรเปลี่ยนจิตใจคนที่อยู่เบื้องหลังให้มีการคิด ให้มีจิตใจที่ถูกต้องดีงาม เมื่อทุกคนมีจิตใจที่ถูกต้องดีงาม มุ่งมั่นที่จะทำความดี ประเทศก็จะเต็มไปด้วยสิ่งที่ดีงาม เมือประชาชนในทุกประเทศของโลกมีจิตใจที่ถูกต้องดีงาม โลกของเราก็จะมีแต่ความถูกต้อง ดีงาม ย่อมจะก่อให้เกิดความสุขไปทั่วทุกสารทิศ นั่นคือ การมีสวรรค์บนดิน มีสวรรค์บนโลกที่น่ารักแห่งนี้
 
     
    By: คนธรรมดา  Mail to คนธรรมดา    (118.175.254.*) 13/10/2011 11:45 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 3  
     
  ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ สวรรค์เบื้องบนได้รับรู้แห่งการเกิด การตั้งอยู่และการดับไปของสัตว์โลก บางคนมีบุญวาสนาเกิดมาได้เสวยสุข บางคนแม้แต่เกิดก็ยังเกิดไม่ได้ เอาแค่ครบสามสิบสองประการก็หนักหนา การเป็นคนนั้นเขาเรียกว่าดีกว่าเทวดาและเปรต สามารถสร้างความดี สะสมบารมีได้ และหากทำชั่วก็จะสะสมกรรม แล้วสักวันก็จะตามมา การเป็นมนุษย์เป็นได้เพราะใจสูง ที่สำคัญต้องสามารถกำหนด หรือตั้งตัวอยู่ในศีล มีสติ ให้ทาน และเจริญภาวนา ความดีเสมอ กุศลจะได้เกิดทั้งต่อตัวเองและคนรอบข้าง ให้ได้รับผลสุขเช่นกัน ดั่งต้นไม้ใหญ่ย่อมให้ร่มเงา และสัตว์น้อยใหญ่ได้อาศัยเช่นกัน  
     
    By: ซุนย้ง แซ่เตียว  Mail to ซุนย้ง แซ่เตียว    (58.34.77.*) 13/10/2011 11:46 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 4  
     
  บทที่ 4
ธรรมใดบ้างที่ทำให้ชีวิตและโลกนี้สงบสุข ?
ผู้รู้กล่าวว่า “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” เมื่อพิจารณาให้ดีแล้วจะพบว่ามีความจริงแท้ เพราะคนเราเมื่อได้มีความตั้งใจยึดมั่นศรัทธาในการที่จะทำอะไรที่เป็นกุศลแล้ว ย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จได้ อย่างไม่น่าเชื่อ ยกตัวอย่าง เช่น การการสร้างสิ่งที่เป็นมรดกโลกในที่ต่าง ๆ เช่น ปราสาทเขาพนมรุ้ง ปราสาทเขาประวิหาร ปราสาทนครวัด นครธม หรือปีรามิด และสถานที่อื่น ๆ อีกจำนวนมากมายในโลก ก็สำเร็จลงได้ด้วยจิตใจที่
เข้มแข็งและมุ่งมั่นของมนุษย์นี้เอง มีคำกล่าวจากผู้เกี่ยวกับความสำคัญของจิตใจเพิ่มเติม ดังนี้
“ จะพัฒนาคนต้องพัฒนาที่จิตใจ จะพัฒนาใครต้องพัฒนาที่ตนเองก่อน”
“ การใดใด สำเร็จลงได้ด้วยใจที่มุ่งมั่น”
เป็นคนให้มีใจมุ่งมั่นเป็นอันดับแรก เมื่อมีความมุ่งมั่นจึงก่อให้เกิดรากฐาน”
สิ่งที่ถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุดของธรรม คือ จิตใจ ที่เข้มแข็ง มั่นคง มุ่งมั่น ศรัทธาในธรรม คือ ความถูกต้อง คุณงามความดี มีความตั้งใจมั่นที่จะเรียนรู้และปฏิบัติธรรม ใจจึงเป็นหนึ่ง ใจจึงเป็นประธาน ของธรรมทั้งปวง
ธรรมที่จะช่วยให้ชีวิตและโลกของเราให้มีความสงบสุขได้ ในที่นี้ จะเสนอ ธรรมเพื่อให้ท่านทั้งหลายได้เลือก นำไปฝึกปฏิบัติให้ถูกจริตของตนเอง ซึ่งจะมีปะโยชน์ขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อได้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ดังนี้
1. คุณธรรม 8 ประการ
2. เบญจธรรม
3. คุณสัมพันธ์ 5
4. คำสอนของพุทธศาสนา
คุณธรรม ดังกล่าวนับว่าเป็นพื้นฐานของธรรมทั้งหลายที่มนุษย์ทุกผู้ทุกนามควรมีไว้ในกายและใจในการประกอบคุณงามความดี คนเรามีทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว สิ่งแรกที่ต้องกระทำคือการน้อมนำคุณธรรมเข้ามาอยู่ในจิตใจ แม้จะเป็นช่วงเวลาที่น้อยนิด ก็จะเกิดคุณอนันต์ต่อชีวิตทุกชีวิตได้
คุณธรรม 8 ประการอันได้แก่ ความกตัญญู พี่น้องปรองดอง ซื่อสัตย์จงรักภักดี ความสัตย์จริง จริยธรรม มโนธรรม สุจริตธรรม และ การละอายต่อการทำชั่ว
ส่วนเบญจธรรม จะมี สัจจะธรรมคือความจริงแท้ เมตตาธรรม คือ ปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุข มโนธรรม คือ การคิดทำที่ถูกต้อง จริยะธรรม คือการปฏิบัติดีตามหลักธรรม ปัญญาธรรม คือ มีเหตุผลรู้แจ้งเห็นจริง
สำหรับคุณสัมพันธ์ 5 เป็นความสัมพันธ์ ระหว่างราชากับข้าแผ่นดิน พ่อกับลูก สามีกับภรรยา พี่กับน้อง เพื่อนกับเพื่อน ถ้ามีความสัมพันธ์ที่ถูกต้องเหมาะสม จะทำให้ชีวิตพบแต่ความสุข

 
     
    By: คนธรรมดา  Mail to คนธรรมดา    (118.175.254.*) 13/10/2011 11:49 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 5  
     
  บทที่ 5
คุณธรรม 8 ประการ
คุณธรรม 8 ประการนับว่าเป็นพื้นฐานของธรรมทั้งหลายที่มนุษย์ทุกผู้ทุกนามควรมีไว้ในกายและใจอันได้แก่ ความกตัญญู พี่น้องปรองดอง ซื่อสัตย์จงรักภักดี ความสัตย์จริง จริยธรรม มโนธรรม สุจริตธรรม
และ การละอายต่อการทำชั่ว ดังจะยกมาอธิบายเป็นเรื่อง ๆ ไป ดังนี้
1.1 ความกตัญญู เป็นธรรมอันดับแรก เป็นต้นกำเนิดของความดีงาม หรือ ธรรม ทั้งปวง เป็นธรรมที่สำคัญที่คนเราจะขาดไม่ได้ ดังคำกล่าวไว้ว่า “ ไม่กตัญญูต่อพ่อแม่ แม้จะบูชาพระก็ไม่เกิดคุณ ” กตัญญู จึงถือเป็น “ รากฐานแห่งธรรม ” ถ้าทำข้อนี้ไม่ได้ก็ป่วยการที่จะ ไปปฏิบัติในข้ออื่น ๆ เพราะว่าถ้าขาดการกตัญญูเสียแล้วก็เหมือนต้นไม้ไม่มีราก เหมือนน้ำตกที่ไม่มีต้นน้ำ จะเป็นน้ำตกได้อย่างไร จึงถือว่าความกตัญญู ถือเป็นรากเหง้าแห่งธรรมทั้งปวง
พ่อแม่เมื่อแก่เฒ่า ลูกผู้อยู่เบื้องหลังพึงเป็นมือและเท้าเฝ้ารับใช้ท่าน เพราะแม่ท่านอุ้มท้องเรามาตั้ง
9 เดือน ยากลำบากขนาดไหน จนถึงวันคลอดก็สร้างความเจ็บปวดรวดร้าวแทบสิ้นใจให้คุณแม่ น้ำนมของแม่แต่ละหยดล้วนกลั่นมาจากเลือดเนื้อในกายเพื่อใช้เลี้ยงลูกอันเป็นที่รักดังแก้วตาดวงใจ พ่อแม่ยอมอดเพื่อให้ลูกอิ่ม
สวมเสื้อผ้าขาดวิ่น แต่ไม่ยอมให้ลูกของตนหนาว แม้เราปัสสาวะ หรือ อุจจาระรด ที่นอนจนเปียกชื้นแม่จะขยับมาทับที่เปียกแล้วให้ลูกได้นอนในที่แห้งและสะอาดแทน ยามลูกเจ็บป่วยไข้ ถ้าเป็นไปได้แม่อยากจะป่วยแทนลูก
ยามเงินทองไม่มีก็พยายามส่งเสียเงินให้ลูกเรียนหนังสือ แม้จะต้องยอมเสียสินสอดของหมั้นที่ตนรักและหวงแหนหรือแม้แต่ขายที่นาก็ยอมเพื่อลูก ยามมีทุกข์ภัยพ่อแม่คอยเฝ้าปลอบโยน เตือนสติให้รู้ดีรู้ชั่ว ยอมได้แม้กระทั่งเสียชีวิตเพื่อปกป้องไม่ให้ลูกได้รับอันตราย
คิดดูหลายคนเคยเลี้ยงหมา เราเลี้ยงหมาหมาไม่กินข้าวยังอุตส่าห์คะยั้นคะยอเอาใจใส่ให้มันกินข้าว อาบน้ำ ฟอกสบู่ แปรงขน ให้มัน แล้วตัวเราเคยไหมที่จะหาข้าวหาปลาให้พ่อแม่กิน ดูแล เอาใจใส่ท่านบ้าง
เราเคย ดูแล ซักถามสารทุกข์สุกดิบของพ่อแม่บ้างหรือไม่ เห็นแต่เมื่อยามพ่อแม่ชราก็ปล่อยให้ท่าน
เฝ้าบ้าน ลองคิดดูให้ดีว่าว่าโดยมากเราให้อะไรเฝ้าบ้าน คำตอบคือโดยมากจะให้หมาเฝ้าบ้าน แต่นี่เป็นพ่อแม่เราจะยอมให้เฝ้าบ้านเหมือนหมาได้อย่างไร
บางคนมัวเมาอยู่กับการแสวงหา ลาภ ยศ สมบัติ สะสมสิ่งที่มีค่าไม่มีเวลามาเหลียวแลพ่อแม่ โดยหารู้ไม่ว่าในโลกนี้ พ่อ แม่ นั่นเองคือสมบัติที่มีค่าสูงสุดของลูก
ลูกวัว ลูกแกะ ยังรู้จักคุกเข่าขอนมแม่ นกกายังรู้จักคาบเหยื่อมาป้อนแม่แก่ ๆของมัน เราควรตอบแทนพระคุณของพ่อและแม่เมื่อตอนท่านมีชีวิตอยู่ย่อมดีกว่าการเซ่นไหว้เมื่อท่านตายไปแล้ว เราเลี้ยงท่านแม้เพียงถั่วเขียวเมล็ดเดียวยังดีกว่าของเซ่นไหว้หรูหราราคาแพงในยามที่ท่านตายจากเราไป เมื่อท่านอยู่ไม่รู้จักกตัญญู เมื่อท่านตายไปแล้วสวดมนต์บังสุกุล เลี้ยงพระจะไปมีประโยชน์อะไร ดังคำกล่าวว่า
“ เงินทองล้วนมีค่า ภรรยาก็น่ารัก การงานควรเอาใจใส่ ชีวิตต้องรักษา แต่สิ่งที่กล่าวมา บิดามารดามีค่ายิ่งกว่า เพราะเงินทอง และภรรยา การงาน อาจหามาได้ใหม่ ชีวิตเราได้มาจากบิดามารดา แต่บิดามารดา จะหาใหม่ไม่ได้ ”
ชีวิตของบิดามารดาจึงสำคัญกว่าชีวิตตน ดังคำกล่าวว่า “ หมื่นพันตำลึงทอง มากมาย ยากจะซื้อชีวิตกายพ่อแม่ ท่านอยู่ไม่เคารพดูแล ท่านนิ่งแน่ร้องไห้ ให้ป่วยการ ”
“ คุณพ่อ หนาหนักเพี้ยงพสุธา คุณมารดาดุจอากาศกว้าง ”
“ ความกตัญญู เป็นบ่อเกิดแห่งกุศลทั้งปวง ”

ถ้าเสียงหัวใจพ่อ แม่พูดได้ คงจะกล่าว ดังนี้

“ เมื่อยามเฒ่าหมายเจ้าเฝ้ารับใช้ เมื่อยามไข้หมายใจเจ้ารักษา
เมื่อยามถึงวันตายวายชีวา หวังลูกช่วยปิดตาเมื่อสิ้นใจ ”

ลูกที่กตัญญูพึงปฏิบัติต่อพ่อแม่ดังนี้

“ เมื่ออยู่กับท่านให้เคารพ เมื่อเลี้ยงดูให้ได้รับความสุข
เมื่อท่านสิ้นไปอาลัยเศร้าโศก เมื่อท่านป่วยไข้ให้ห่วงกังวล
เมื่อเซ่นไหว้บูชาให้สมฐานะ ห้าประการนี้ดีพร้อม จึงได้ชื่อว่า กตัญญู ”

ลูกกตัญญูพึงหลีกเลี่ยง การกระทำ ดังนี้

1.ขี้เกียจ ไม่ยอมทำงาน ไม่รักษาสุขภาพ พ่อแม่พึ่งพาไม่ได้ แถมยังรบกวนพ่อแม่
2.เล่นการพนันติดสุรายาเมา ยอมให้สิ่งไม่ดีมาทำลายร่างกายที่พ่อแม่ให้มาย่อมอาศัยไม่ได้
3.มักมากมัวเมาในสมบัติ มัวแต่หาสมบัติ จนลืมพ่อแม่ ลืมไปว่าสมบัติที่มีค่าที่สุดคือพ่อ แม่
4.ชอบเที่ยวสถานเริงรมย์ ย่อมเห็นแก่ตัว หาแต่ความสุขให้ตนเอง ไม่ดูแลพ่อแม่
5.ชอบทะเลาะวิวาท อาจนำภัยมาสู่ พ่อแม่ได้

ความกตัญญู จะมีความสำคัญสูงส่งมากน้อยมีผู้รู้ได้แบ่งระดับของความกตัญญูไว้ดังนี้

1.ชั้นเล็ก คือ ให้ปัจจัยสี่ แก่พ่อแม่
2.ชั้นกลาง คือ ให้ปัจจัยสี่ และเอาใจใส่เห็นใจพ่อแม่
3.ชั้นใหญ่ คือ คอยตักเตือนเมื่อท่านทำผิด สนับสนุนเมื่อท่าทำดี
4.ชั้นสูงสุด คือ สำรวมตน บำเพ็ญธรรม สร้างคุณงามความดี คิดหาวิธีทดแทน พระคุณท่านโดยการช่วยสังคมโลก สร้างบุญกุศล เพื่อลดหนี้เวรกรรม ให้ปรากฏเป็นเกียรติยศ แก่บิดา มารดา สืบไป

นอกจากนี้ลูกทีกตัญญู ต้องไม่นำความเสื่อมเสียมาสู่ พ่อ แม่ ช่วยรับภาระ และทุกข์กังวลของท่าน ให้เสื้อผ้า อาหาร ด้วยกิริยาวาจาที่ยินดี พ่อแม่โกรธ ด่า ว่า ไม่ขัดเคือง โกรธตอบ ร่างกายเราปลายเท้าจรดปลายผม ได้เกิดจากบิดา มารดา อย่าทำลาย ลูกที่ดีต้องรักษาร่างกาย พ่อแม่จะได้ไม่เป็นห่วง และจะได้มีกำลังทำมาหากิน เพื่อสามารถตอบแทนพ่อแม่ได้ นอกจากกตัญญูต่อพ่อแม่แล้วควรกตัญญูต่อสิ่งที่มีบุญคุณทุกอย่าง ด้วย



1.2 ความเป็นพี่น้องปรองดอง
สิ่งที่ใกล้ตัวเราที่สุดของเรานอกจากพ่อแม่แล้ว ก็ มี พี่ น้อง อันถือได้ว่าเกิดมาจากพ่อ แม่เดียวกันเป็นสายเลือด ที่สนิทชิดเชื้อที่สุด ดื่มนมจากแม่เดียวกัน พี่จึงควรให้อภัยน้อง น้องจึงควรรู้อดทน ไม่ตัดมือตัดเท้า ตัดความเป็นพี่น้อง ความเจริญของครอบครัวจะเกิดขึ้นได้เพราะพี่น้องปรองดองกัน
1.3 ความซื่อสัตย์จงรักภักดี
เป็นการวางใจให้ตรง ถูกต้องยุติธรรม ต่อฟ้าดิน ต่อสิ่งศักดิ์สิทธ์ ต่อบ้านเมือง ต่อพ่อแม่ พี่น้อง บุตร ภรรยา ต่อหน้าที่การงาน ด้วยความจงรักภักดี
1.4 ความสัตย์จริง
เป็นคนที่มี “ วาจาสัตย์ ” เชื่อถือได้ ไม่พูดกลับกลอก หลอกลวง พูดคำไหน คำนั้น ปากกับใจตรงกัน เป็นที่นับถือ ไว้วางใจแก่คนทั่วไป
1.5 มีจริยธรรม
เป็นคนที่ปฏิบัติถูกต้อง ถูกแบบแผน อันดีงามของหลักธรรม ถ้าคนไม่มีจริยธรรมย่อมไม่แตกต่างจากสัตว์เดรัจฉาน เราต้องมีท่าทีสุภาพ สง่างาม คนที่มีหน้าที่การงานและความรู้สูงยิ่งต้องอ่อนน้อมถ่อมตนมีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ ไม่ผิดประเพณี ฉุดคร่าอนาจาร ฝึกกายใจให้มีระเบียบ
1.6 มีมโนธรรม
เป็นคนที่มีการกระทำและมีจิตสำนึกที่ถูกต้องตามหลักธรรม เป็นคนไม่ทุจริต ไม่คดโกง ไม่แย่งเอาของคนอื่น ไม่ช่วงชิงมาโดยขืนใจ ไม่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย เพราภายหลังอาจได้รับอันตรายไม่ได้ตายดี
จึงควรสละตนเพื่อส่วนรวมจึงจะมีเกียรติคุณ
1.7 มีสุจริตธรรม
เป็นคนใจซื่อมือสะอาดไม่โลภมากไม่ทุจริตคิดมิชอบมีความจริงใจ เสมอต้นเสมอปลาย
ไม่ฉวยโอกาสเมื่อใกล้เงิน ไม่หลงไหลเมื่อใกล้อิสตรี
ถือ 3 บริสุทธิ์ คือ
1.บริสุทธิ์ในงาน ทางโลก ทางธรรม แยกให้ชัดเจน
2.บริสุทธิ์ ทางการเงิน ลงบัญชีให้ชัดเจน
3.บริสุทธิ์ สำรวมมารยาทระหว่างชายหญิง แยกแยะให้ถูก
ถือ 4 เที่ยงตรง คือ
1. กายเที่ยงตรง
2. ใจเที่ยงตรง
3. วาจาเที่ยงตรง
4. ความประพฤติเที่ยงตรง
สิ่งที่กล่าวมาเป็นเครื่องประดับให้กายใจให้ขาวสะอาด ผู้มีใจที่สุจริตแม้ฐานะยากจนก็ไม่โลภ
อยากได้ในสิ่งที่ไม่ควรได้ เจียมตัวรักษาตน หน้าที่การงาน ด้วยความสุจริต ไม่เปลี่ยนแปลง ดังคำกล่าว ที่ว่า
“ อยู่เรือนธรรมยังดีไม่มีทุกข์ ดีกว่าคุกหลายเท่าไม่เศร้าหมอง
จนยังดีมีธรรมค้ำประคอง ดีกว่าปองทุจริตคิดร่ำรวย ”


1.8 ความละอายต่อบาป
เป็นผู้ที่มีจิตเดิมแท้ที่บริสุทธิ์ มีความละอายต่อการที่จะกระทำความชั่ว หมั่นฝึกจิต ภาวนา
ให้จิตใจปลอดโปร่ง ใช้สติปัญญา ในการดำเนินชีวิต มีเหตุผล มีจิตใจดีงาม สูงส่ง ดังคำกล่าว นี้

“ เป็นมนุษย์เป็นได้ที่ใจสูง เหมือนหนึ่งยูงมีดีที่แววขน
ถ้าใจต่ำเป็นได้เพียงใจคน ย่อมเสียทีที่ตนได้เกิดมา
ใจสว่าง ใจสะอาด ใจสงบ ถ้ามีครบควรเรียกมนุสสา
เพราะทำถูกพูดถูกทุกเวลา เปรมปรีดาทุกคืนวันสุขสันต์เอย”


คุณธรรม 8 ประการ ที่กล่าวมาพึงปฏิบัติให้เกิดขึ้นในตัว เพราะคนที่รู้ธรรมมีมากแต่คนที่มีธรรมในตนมีน้อย เมื่อรู้แล้วพึงฝึกฝนให้หยั่งรากลึกสู่จิตใจ จะพบกับความสุขที่แท้จริง

 
     
    By: คนธรรมดา  Mail to คนธรรมดา    (118.175.254.*) 13/10/2011 11:53 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 6  
     
  บทที่ 7
คุณสัมพันธ์ 5

1.คุณสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้าแผ่นดินกับข้าแผ่นดิน เมื่อพระเจ้าแผ่นดินเที่ยงธรรม และข้าแผ่นดินซื่อสัตย์ภักดีจึงได้ชื่อว่ามีคุณสัมพันธ์ต่อกัน
2.คุณสัมพันธ์ระหว่างพ่อ แม่ กับบุตร เมื่อพ่อแม่ให้ความเมตตาปรานีต่อบุตร และบุตรมีความนอบน้อมกตัญญูต่อบิดา มารดาจึงได้ชื่อว่ามีคุณสัมพันธ์ต่อกัน
3.คุณสัมพันธ์ระหว่างสามีกับภรรยา เมื่อสามีให้ความคุ้มครองรับผิดชอบภรรยาและภรรยาให้ความเคารพ
ซื่อสัตย์ต่อสามีและทั้งสองปรองดองกัน จึงได้ชื่อว่ามีคุณสัมพันธ์ต่อกัน
4.คุณสัมพันธ์ระหว่างพี่กับน้อง เมื่อพี่ให้ความรัก ใจกว้าง ให้อภัย และเอ็นดูน้องและน้องรู้จักละวางอดทน
อยู่ด้วยกันด้วยความสมัครสมานสามัคคีจึงได้ชื่อว่ามีคุณสัมพันธ์ต่อกัน
5.คุณสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนกับเพื่อน เมื่อเพื่อนมีวาจาสัตย์ จริงใจต่อกัน เพื่อนมีสิ่งใด ผิดพลาด ช่วยตักเตือน
แก้ไข เมื่อเพื่อนจะกระทำความดีงาม ให้สนับสนุน คบเพื่อนไม่คำนึงถึงความยากจนหรือร่ำรวย คบหากันด้วยคุณธรรม เช่น นี้จึงได้ชื่อว่ามีคุณสัมพันธ์ต่อกัน

 
     
    By: คนธรรมดา  Mail to คนธรรมดา    (118.175.254.*) 13/10/2011 11:55 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 7  
     
  บทที่ 8
คำสอนในพระพุทธศาสนา
คำกล่าวที่ว่า “ กายดั่งโพธิ์ ใจดั่งกระจกเงา หมั่นเช็ดถูเสมอ อย่าให้ละอองจับ โพธิ์เดิมหามีไม่กระจกเงาจะมาอย่างไร เดิมทีก็ไม่มีอะไร จะมีละอองที่ไหนจับ” ธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าล้วนเป็นสิ่งดี ดังจะขอนำมากล่าวเป็นพอสังเขป ดังนี้
จตุธรรม มี 4 ประการ ดังนี้
1.สัจธรรม
2. มโนธรรม
3. ความรัก เมตตา
4. ความสันติสุข
คำสอนศาสดาทั้ง 5 มี 5 ประการ ดังนี้
1. จิตเดิมของเราบริสุทธิ์อยู่แดนศักดิ์สิทธิ์เบื้องบน - พระพุทธเจ้า
2. เอาจิตที่มีความรักให้ผู้อื่น - พระเยซู
3. เอาจิตที่บริสุทธิ์ออกมา - พระอัลเลาะห์
4. จิตญาณคือความแข็งแกร่งของวัชร - ขงจื้อ
5. จิตอยู่ในประตูวิเศษ - เหล่าจื้อ
ธรรมญาณ ที่มนุษย์พึงรักษาไว้มีเรื่องเล่ากันว่าก่อนนี้ พระอนุตตรสัมโพธิญาณที่ยังไม่ได้จุติมาในโลก สรรพสิ่งตอนนั้นธรรมญาณจะถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบนและเป็นธรรมชาติ แต่พอได้มาจุติในกายสังขาร“ ธรรมญาณ” จึงเรียกว่า “ จิตญาณ” ซึ่งหมายถึงวิญญาณจิตใจที่ถูกกักขังอยู่ในกรง คือ “กายสังขาร” ของมนุษย์เรา แรก ๆ จะบริสุทธิ์ สะอาด มีแต่ความสุข ว่างเปล่าแต่พอมาอยู่ในสังขารนานเข้า บรรดา หู ตา จมูก ลิ้น กายสัมผัส ก็ไปติดยึดในสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นเราจึงเวียนว่ายตายเกิดในทะเลทุกข์ไม่มีที่สิ้นสุด



 
     
    By: คนธรรมดา  Mail to คนธรรมดา    (118.175.254.*) 13/10/2011 11:59 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 8  
     
  หากเรื่องราวที่นำเสนอไม่เป็นที่สบอารมณ์ หรือกระทบกระเทือน ท่านใดซึ่งผู้เขียนไม่ได้ตั้งใจเลย ต้องขออภัย และหากมีส่วนใดที่พอเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ขออุทิศกุศลนี้ให้ผู้ที่เป็นบิดามารดาของข้าพเจ้าคือคูณพ่อพอกและคุณแม่จำเนียร ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว  
     
    By: คนธรรมดา   Mail to คนธรรมดา      (118.175.254.*) 13/10/2011 12:06 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 9  
     
  สาธุ ที่อุทิศเวลาพิมพ์ให้เพื่อนอ่าน คือสิซ่วงแล้วเนาะ  
     
    By: ดีีดี      (125.26.68.*) 13/10/2011 04:11 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 10  
     
  ขอบคุณ ขอบคุณ และขอบคุณ
จากคนธรรมดา ที่ชื่อมีบุญนามสกุลมีดี
รัศมีการท่องเที่ยวไกลถ้ารายได้เพียงพอ
หนี้สินพอประมาณ เข้าได้เป็นบางที่
วิ่งหนีเป็นบางจุด มุดเป็นบางส่วน กวนเป็นบางยาม ถามในตอนตื่น สดชื่นเมื่ออยู่กับคนสวยรวยน้ำใจ มั่นใจว่าทุกคนล้วนทำความดี หุหุ
 
     
    By: คนธรรมดา      (118.175.254.*) 15/10/2011 09:39 AM
 


     
 
       
ชื่อ ::
  *
  รหัส ::   (เฉพาะสมาชิก)
 
อีเมล์ ::
  (สมาชิกไม่ต้องกรอก)
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
รายละเอียด ::
  *
  ใส่รูปแสดงอาการ ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
 
รูปประกอบ ::
  ไม่เกิน 50 Kb
       
     
 
     
 
 Search Word:
Support by http://www.pao-sisaket.go.th
This programe support PHP 4, MySQL Developer by NOKESTUDIO In Thailand
NINEBOARD Vol 3.0 Copyright © 2001-2002 NINETO SOLUTION All Rights Reserved.