http://www.sisaketedu1.go.th/ | หน้าแรก
       

ขอเรียนเชิญร่วมลงชื่อ...
     
 

ขอเรียนเชิญท่านที่ไม่เห็นด้วยการการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กร่วมลงชื่อ...

ขอคืนพื้นที่การศึกษาให้ชุมชน : คัดค้านการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก
http://www.change.org/smallschool
ขอบคุณครับ

 
     
      By : ครูขนาดเล็ก      (101.51.34.*)  12/05/2013 04:47 PM  
 
 
 
  ความคิดเห็นที่: 1  
     
  แนวคิดของ “ปราชญ์แผ่นดิน” ต่อการศึกษาของไทย

เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๔ ที่ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สภาการศึกษาทางเลือก (สกล.) ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการณ์ เรื่อง "ปัญหาและทางออกการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ๗,๐๐๐ โรง" โดยมีกลุ่มครู อาจารย์ นักเรียน และตัวแทนชุมชนจากภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมประชุมกว่า ๓๐๐ คน

โดย ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส กล่าวว่า การตัดสินใจยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กที่มีอยู่กว่า ๗,๐๐๐ โรง ทั่วประเทศนั้น ไม่ใช่ธุระที่ ศธ.จะมาตัดสินใจยุบ แต่ต้องให้ชุมชนเป็นผู้ตัดสินใจเพราะชุมชนรู้รายละเอียดที่แท้จริง ในขณะที่ ศธ. ซึ่งอยู่ในส่วนกลางไม่รู้ เพราะฉะนั้นควรเลิกคิดไปเองโดยเอางบประมาณเป็นตัวตั้ง แล้วไปยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งจะทำให้เกิดความขัดแย้งตามมา ดังนั้นหากเป็นห่วงเรื่องงบประมาณก็ต้องให้ชุมชนเป็นผู้ตัดสินในเรื่องนี้เอง

"กระทรวงควรจะเลิกวัฒนธรรมสั่งการ แต่ไปทำหน้าที่เป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุนแทน โดยให้ชุมชนเป็นผู้จัดการศึกษาแทน เพื่อ ศธ. จะได้เห็นว่ามีต้นไม้นานาพันธุ์เติบโตได้อย่างหลากหลาย และจะเข้าไปชื่นชมต้นไม้ใหม่ตรงนั้น ไม่ใช่เข้าไปควบคุม"

ดร.เอกวิทย์ ณ ถลาง นักวิชาการการศึกษา และในฐานะอดีตอธิบดีกรมสามัญศึกษา กล่าวว่า การจะยุบเลิกโรงเรียนขนาดเล็กหรือไม่นั้น จะต้องฟังเสียงประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก ซึ่งหากย้อนดูประวัติศาสตร์การศึกษาไทย โรงเรียนในยุคแรก ๆ เกิดจากประชาชนร่วมกับรัฐ จัดตั้งโรงเรียนประถมศึกษาแห่งแรก ชื่อโรงเรียนวัดมหรรณพาราม ในปี ๒๔๖๔ โดยโรงเรียนประถมส่วนใหญ่ในประเทศจะเกิดขึ้นจากกำลังทรัพย์ความร่วมมือของประชาชนร่วมกับรัฐทั้งนั้น เพราะฉะนั้นถ้าจะมีการยุบเลิกโรงเรียนขนาดเล็กจะต้องฟังเสียงประชาชนบ้าง

"การเอาระบบประเมินมาตรฐานของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) มาใช้ในโรงเรียนขนาดเล็ก ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะผ่านการประเมินและถูกมองว่าด้อยค่า ซึ่งผมก็อยากจะบอกว่าไม่จริง เพราะสถานศึกษาขนาดเล็กหลายแห่งเน้นจัดการศึกษาที่มุ่งสู่รากเง้าของตนเอง สอนเรื่องคุณธรรม จริยธรรรมและวิธีทำมาหากิน ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกต้อง ซึ่งเราถูกกระแสโลกครอบงำโรงเรียนต้องจัดการศึกษาตามแบบโรงเรียนในเมืองมุ่งวิชาการ ไม่เข้าใจชีวิตในชนบท เมื่อเอามาตรฐานตามวิถีเมืองมาประเมินโรงเรียนขนาดเล็กจึงถูกทำให้เหมือนด้อยคุณภาพ"

มุมมองของ ศ.ระพี สาคริก เกี่ยวกับการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก

“เราเคยทำผิดพลาดมาแล้วในอดีตอย่างไม่รู้ตัวโดยการตัดรากเหง้าของตัวเองทิ้งไป ถ้าไม่มีโรงเรียนขนาดเล็ก ก็คงไม่มีโรงเรียนขนาดใหญ่ได้ ผมว่าอย่าไปทำตามแบบฝรั่งมากนักเลย โรงเรียนขนาดเล็กเป็นรากฐานทางวัฒนธรรมของไทยมายาวนาน ยามนี้พอเราสบายก็ลืมตัว ตัดแขนตัดขาตัวเองทิ้ง ทุกอย่างเลยเพี้ยนไปหมด เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับงบประมาณ แต่เป็นเรื่องของจิตวิญญาณของมนุษย์”
 
     
    By: ครูขนาดเล็ก      (101.51.34.*) 12/05/2013 04:48 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 2  
     
  ขอเรียนเชิญนักวิชาการที่มีไอเดียดีๆไปสอนที่โรงเรียนขนาดเล็กดู สักตั้ง  
     
    By: นักวิชาเกินห้องแอร์      (101.51.250.*) 12/05/2013 08:58 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 3  
     
  ยุบหรือไม่ยุบก็ได้ พิจารณาตามความเหมาะสม และผลลัพธ์ที่ได้ สุดท้ายดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตัวเด็กและชุมชน

ถ้าีคุณภาพดีกว่าเดิมและชุมชนเห็นด้วยไม่มีความเดือดร้อน ก็ ยุบไปเลย...เห็นด้วย

ร.ร.เล็กบางโรง(ขอเน้นว่า บางโรงเรียน) สมควรยุบเป็นอย่างยิ่งText
 
     
    By: ครู ร.ร.เล็ก      (101.51.32.*) 12/05/2013 08:59 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 4  
     
  ลงชื่อไปก็เท่านั้นแหละครับ ไม่มีผลหรอก ดีไม่ดี กลุ่มเสื้อแดง จะไปประท้วงที่ตั้งของเว็บhttp://www.change.org/smallschool อีก ข้อหา ขว้างทางไม่ให้เด็กโง่ เหมือน...  
     
    By: เบื่อรัฐบาลชุดนี้      (27.55.137.*) 12/05/2013 10:11 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 5  
     
  สำหรับการยุบ..ปัญหาแรกที่ไม่ยอม
1. ผู้บริหารไม่ยอม(แล้วจะให้ข่อยอยู่ไส)
2. ครูที่มีจำนวนมากกว่าต่ออัตรานักเรียน(กูสบายผลัดกันมา)
3. ผู้ปกครองก้อยุบก้อดีเพราะโรงเรียนเล็กลูกฉันอยู่กับ ป.1จนถึง ป.3 ,ป. 4ถึง ป.6 (สำหรับโรงเรียนที่มีครู 2คน)
4. นักเรียนมีประสบการณ์กับเพื่อนร่วมห้องน้อยเหตุคล้ายๆ ข้อ 3
 
     
    By: หำ      (223.206.125.*) 13/05/2013 06:41 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 6  
     
  ขอบคุณทึกความคิดเห็นครับ.....

@ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย @

ส่วนที่ ๘ สิทธิเสรีภาพในการศึกษา

มาตรา ๔๙ บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

ผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพหรือผู้อยู่ในสภาวะลำบาก ต้องได้รับสิทธิตามวรรคหนึ่งและการสนับสนุนจากรัฐเพื่อให้ได้รับการศึกษาโดยทัดเทียมกับบุคคลอื่น

เจตนารมณ์ เพื่อให้บุคคลมีความเสมอภาคในการได้รับการศึกษา บทบัญญัติมาตรานี้ จึงกำหนดให้
๑.บุคคลมีความเสมอภาคและมีอิสระในการเลือกรับการศึกษาได้ทุกรูปแบบ
(การที่นักเรียนที่เรียนอยู่โรงเรียนเล็กๆ ในหมู่บ้านของตนเองไม่ยอมย้ายไปไหนก็เป็นสิทธิและเสรีภาพหรืออิสระของนักเรียน ผู้ปกครองและชุมชนตามมาตรานี้)

๒.ในกรณีที่บุคคลเลือกรับการศึกษาในระบบ ย่อมมีความเสมอภาคในการรับการศึกษา ไม่น้อยกว่า สิบสองปี ตั้งแต่ประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ซึ่ง รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึง มีคุณภาพเหมาะสมกับผู้เรียน โดยห้ามเก็บเงินกินเปล่า เงินบริจาค เงินบำรุงและค่าใช้จ่ายใดๆ ในหลักสูตรนั้นๆ จากผู้ปกครองไม่ว่าทางตรงทางอ้อม

(โรงเรียนเล็กๆ รัฐจะให้ย้ายไปโรงเรียนอื่นโดยอ้างว่าโรงเรียนเล็ก ๆ คุณภาพการศึกษาต่ำนั้นไม่ถูกต้อง เพราะโรงเรียนคุณภาพต่ำแล้วไปลงโทษนักเรียนให้ไปเรียนไกลบ้าน ที่ถูกต้องรัฐจะต้องปฏิรูปโรงเรียนเล็กๆ ให้มีคุณภาพสูงสุด เพื่อเด็กเพื่ออนาคตของชาติ และมีหลักประกันอะไรให้นักเรียนได้ว่าย้ายไปแล้วคุณภาพการศึกษาของพวกเขาจะดีขึ้น ถ้าไม่ดีขึ้นรัฐบาลจะรับผิดชอบต่อพวกเขาอย่างไร)

๓.กลุ่มบุคคลที่รัฐต้องให้ความคุ้มครองเป็นพิเศษเพื่อให้เกิดความเสมอภาคในการศึกษาอย่างแท้จริง เช่น ผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพหรือผู้อยู่ในภาวะลำบากอื่นๆ รัฐต้องจัดหรือส่งเสริมให้ได้รับความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพทั่วถึงและเหมาะสมกับกลุ่มผู้เรียนที่มีลักษณะแตกต่างกัน โดยห้ามเก็บเงินกินเปล่า เงินบริจาค เงินบำรุงและค่าใช้จ่ายใดๆ ในหลักสูตรนั้นๆ จากผู้ปกครองไม่ว่าทางตรงทางอ้อมและให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวมีสิทธิได้รับการสนับสนุนจากรัฐ เพื่อให้ได้รับการศึกษาทัดเทียมกับบุคคลอื่น
(สภาพปัจจุบัน นักเรียนออกกลางคันเป็นจำนวนมากจนน่าวิตก(ปีการศึกษา 54 ประมาณเกือบสามหมื่นคน) นักเรียนเหล่านั้นล้วนแต่เป็นผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพหรือผู้อยู่ในภาวะลำบากอื่นๆ ทั้งนั้น ทั้งๆที่เรียนโรงเรียนในหมู่บ้านของตนเองก็ยังไม่ได้ไปเรียน ถ้ารัฐให้รถไปรับไปเรียนโรงเรียนไกลบ้าน ด้วยความยากไร้ฯ ขึ้นรถไม่ทัน โอกาสที่พวกเขาจะต้องออกกลางคันมีมากยิ่งขึ้นไปอีก การยุบโรงเรียนรวมโรงเรียนขนาดเล็กเข้าด้วยกันจึงนับว่าเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพและโอกาสทางการศึกษาของนักเรียนผู้ด้อยโอกาสเป็นอย่างยิ่ง)

 
     
    By: ครูขนาดเล็ก      (101.51.42.*) 13/05/2013 07:20 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 7  
     
  พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. ๒๕๔๕


มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ การศึกษาภาคบังคับ หมายความว่า การศึกษาชั้นปีที่หนึ่งถึงชั้นปีที่เก้าของการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฏหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ

เด็ก หมายความว่า เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดจนถึงอายุย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับแล้ว

มาตรา ๑๒ ให้กระทรวงการศึกษาธิการ คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษา จัดการศึกษาพิเศษ สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสารและการเรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการหรือทุพพลภาพหรือเด็กซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้หรือไม่มีผู้ดูแลหรือด้อยโอกาสหรือเด็กที่มีความสามารถพิเศษให้ได้รับการศึกษาภาคบังคับด้วยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม รวมทั้งการได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดตามความจำเป็นเพื่อประกันโอกาสและความเสมอภาคในการได้รับการศึกษาภาคบังคับ

มาตรา ๑๕ ผู้ใดโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร กระทำการใดๆ อันเป็นการให้เด็กมิได้เรียนในสถานศึกษา ตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

(การที่กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการให้เด็กในโรงเรียนเล็กๆ ไปเรียนที่อื่นเป็นเหตุให้เด็กไม่ได้เรียนต้องมีความผิดพร่องตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับนี้)
 
     
    By: ครูขนาดเล็ก      (101.51.42.*) 13/05/2013 07:22 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 8  
     
  ขอบคุณทุกความคิดเห็นนะครับ.....
 
     
    By: ครูขนาดเล็ก      (101.51.42.*) 13/05/2013 07:23 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 9  
     
  ครูขนาดเล็กถ้ายอมรับความจริงผมว่ายุบรวมดีที่สุด  
     
    By: ครูเก่า      (223.207.173.*) 13/05/2013 07:47 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 10  
     
  ทุกอย่างย่อมมีทั้งดีและไม่ดี แล้วแต่องค์รวมของความคิดที่แต่ละท่านมี อยู่ที่เลือกว่าจะมองจุดใดหรือมองภาพรวมทั้งหมด...ไม่ว่ากันขอบคุณครับ  
     
    By: ครูขนาดเล็ก      (101.51.42.*) 13/05/2013 08:33 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 11  
     
  อย่าเอามุมมองตัวเองมายัดเยียดให้คนอื่นเห็นด้วยเลย เขาอยากยุบเขาก็จะขอเอง ไม่ต้องมาบังคับหรอก เขารู้ตัวดีว่าพร้อมไม่พร้อม ทำได้ไม่ได้  
     
    By: ครูขนาดน้อย      (182.93.173.*) 13/05/2013 09:35 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 12  
     
  ความเห็น
ผอ.รร.เล็กอยากให้ยุบจะได้ไป รร.ใหญ่(ที่มีทุกอย่างพร้อมทั้งคนทั้งวัสดุ บริหารง่ายกว่ารร.เล็กที่ขาดทุกอย่าง)
ครู รร.เล็กก็อยากให้ยุบเพราะสอนคนเดียว ป1-2-3รวมกันได้ 12 คน แต่สอนหนังสือคนละเรื่อง
เวลาคิดโควต้า15%เลื่อนเงินเดือนยิ่งหนักมีครู3คนอยากให้2ขั้นแต่ติดโควต้า
โดยสรุปอย่าว่าแต่ รร.เล็กประถมเลย มัธยมเล็กประจำตำบลก็หนักพอๆกัน ท่านเอ๋ย ส่วนกระแสต้านยุบนะการเมือง ไม่ใช่หลักวิชาการเหมือนนักวิชาเกินพูดกัน
 
     
    By: วิชาเกิ๊น      (110.77.219.*/10.0.0.8) 13/05/2013 11:13 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 13  
     
  กว่าจะได้โรงเรียนมายากแค้นแสนสาหัส คุณรู้ไหมชาวบ้านต้องเรียไรเงินกันซื้อที่ ไม่เว้นแต่พระสงฆ์ในบ้านท่านก็ช่วย ชาวบ้านตาดำ ๆ กินอด ๆ อยาก ๆ สมัยนั้นยังใจใหญ่มีเท่าไรบริจาคหมด ค่อยหาเอาใหม่เพื่อให้ไดเงินซื้อที่ดิน เพราะได้ยินว่ารัฐจะให้งบมาสร้างอาคารเรียน คนที่เขาขายนาให้เขาก็เห็นแก่ความเจริญของหมู่บ้าน ทนการขอร้องไม่ไหวยอมขายนาให้ตั้งโรงเรียน ชาวบ้านต่างเห็นเขาเป็นผู้เสียสละที่ยิ่งใหญ่ เล่าประวัติโรงเรียนทีไรใคร ๆ ก็ถามหาว่าแกเป็นใตร ใครเป็นลูกหลานแก แม้แกจะตายไปนานแล้วทุกคนก็ยังรู้จักสรรเสริญแกอยู่เสมอ คิดดีแล้วหรือ หรือไม่กลัวบาปกรรมที่จะตามมา  
     
    By: ผู้ปกครอง      (110.77.236.*) 13/05/2013 11:57 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 14  
     
  ยอมรับการเปลี่ยนแปลงบ้าง..สมัยก่อนแทปเล็ตเราคือกระดานชนวน..ตอนนี้เป็นยังไง..ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า..ถ้ารวมแล้วมันไม่ดีก้อกลับมาได้..(เหมือนรัฐธรรมนูญปฏิวัติ..รับก่อนค่อยแก้ทีหลัง55555555555) แต่ละโรงที่จะยุบรวมมองดูแล้วไม่น่าเกิน 2 กิโล..สมัยก่อนเราไปเรียนกี่กิโลคิดเอาเอง..  
     
    By: หำ      (223.207.165.*) 13/05/2013 05:40 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 15  
     
  หลายๆแห่งก็มีทั้งเงินหลวงและเงินระดมทรัพย์มาสร้างในโรงเรียนของเรา เมื่อมันมีเหตุจำเป็นที่เขาเรียกว่าคุณภาพการศึกษาคือผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เราจะทำอย่างไรให้มันทัดเทียมนานาอารยประเทศ ยกตัวอย่างเด็กอนุบาล1ถึงป.6 มีครู3คนรวม ผอ.ด้วยแล้ว ท่านเอยมันไม่ง่ายที่คิด ไม่ยุบก็ได้ลองดูอีกครั้ง เผื่อมันดีกว่าโรงเรียนที่ครูครบชั้นน้อผู้ปกครองนักเรียน  
     
    By: กรรมการ รร.      (101.51.42.*) 13/05/2013 09:56 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 16  
     
  ถ้านึกถึงประโยชน์ที่จะเกิดกับเด็กๆ แล้วยุบรวมดีกว่า นักเรียน 30 คน ครู 2 คน อัตราจ้าง 1 สอนคนละ 2-3 ชั้นงานเท่ากับ ร.ร ขนาดใหญ่ ผอ.ก็ไม่ช่วยสอน ผู้ปกครองไม่อยากยุบยึดมั่่น ร.ร.ของหมู่บ้านตัวเอง ท่านผู้ใหญ่ ระดับเขต ระดับประเทศทำไมไม่ให้ความรู้แก่ชาวบ้านบ้าง ครูคนนี้อยากให้ยุบ  
     
    By: ครูร.ร.เล็กๆ      (223.205.102.*) 13/05/2013 10:27 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 17  
     
  แม้ประกันชีวิตให้เด็กคนละล้าน ถ้าเกิดอะไรขึ้นคุ้มไหม ถ้าเด็กคนนั้นเป็นลูกของคุณ  
     
    By: ผู้ปกครอง      (61.7.178.*) 14/05/2013 04:36 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 18  
     
  ผู้ปกครองส่วนหนึ่งส่งลูกไปเรียนที่ รร.ดังของจังหวัด รวมทั้ง กทม. เขากลัวลูกเขาจะโง่ เขาอยากให้ลูกเขาฉลาดทัดเทียมคนอื่น เรื่องอื่นเขาคงไม่กลัวมั้ง
มี รร.เอกชนบางแห่งเอารถรับส่งนักเรียนทุกวันหลายปีมาแล้วยังไม่ใครกลัวเลย แม่นบ่
 
     
    By: ภารโรงเอกชน      (110.77.219.*) 14/05/2013 11:00 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 22  
     
  ผู้ปกครองมีตังค์เอาลูกขึ้นรถตู้ไปเรียนที่อื่น ผู้ปกครองตังค์น้อยให้ลูกเรียนอยู่บ้าน ไม่หวังผลมากกับการเรียน ครูมากนักเรียนน้อย ครูสบาย ฐานเงินเดือนตุลาคมก็เยอะเพราะเป็นครูมานาน ถึงเวลาย้ายก็ไม่มีใครเขียนย้าย ไม่รู้เพราะเกิดความรักความหวงแหนโรงเรียนหรือไม่ นักเรียนก็ทยอยขึ้นรถเหลืองบ้างรถตู้บ้าง นักเรียนลดลงทุกปีแต่เงินเดือนครูขึ้นปีละ 2 ครั้ง รัฐบาลก็เอาใจทุ่มงบประมาณให้เพื่อให้โรงเรียนขนาดเล็กเข้มแข็ง แต่โรงเรียนขนาดกลางที่พอจะสร้างคุณภาพให้เกิดกลับมองไม่เห็น ครั้นผู้ปกครองจะย้ายเอาลูกไปเรียนโรงเรียนใกล้เคียง เพราะเขามีรถรับส่งฟรี งบประมาณจะสนับสนุนก็ไม่ให้เขาไม่ว่าจะเป็นอาคารสิ่งปลูกสร้างวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ก็ตาม ถ้าอยากได้ต้องขยันทำผ้าป่าเอา ปีแต่ปีซองผ้าป่ากองเต็มโต๊ะไม่ช่วยก็ไม่คือ เงินเดือนก็เหลือน้อยเพราะกู้มากขนาดภาษียังต้องผ่อนส่งเลย มันต้องลงพื้นที่มาหาข้อมูลที่แท้จริงหากต้องการแก้ปัญหาให้ถูกจุด ไอ้การจะที่จะยุบโรงเรียนขนาดเล็กนั้น เห็นมานักต่อนักแล้ว จอดทุกรายไม่เชื่อคอยดูสิ  
     
    By: ยุบไม่ยุบ      (171.100.188.*) 14/05/2013 02:24 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 23  
     
  ไชโย...พวกเราจะได้เอาลูกไปเข้าโรงเรียนอนุบาลศรีสะเกษ ได้ซะที...ก็เพราะ ศธ.บอกว่าโรงเรียนเล็กไม่มีคุณภาพจะต้องยุบ ก็เลยต้องเลือกโรงเรียนที่มีคุณภาพสักหน่อย แต่ถ้าเขาไม่รับ ท่าน รมว.ศธ.ช่วยด้วยนะค่ะ  
     
    By: คนบ้านนอก      (101.51.45.*) 14/05/2013 02:34 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 24  
     
  โรงเรียนขนาดเล็กไม่มีความพร้อม ยุบไม่ได้ งั้นเสนอขอให้ยุบโรงเรียนขนาดใหญ่ดีไหม๊ครับ จากเด็ก พัน สองพันคน ให้เหลือโรงละ 30 หรือ 3 โรง 100 ครู 3 คน/โรง ตั้งกระจัดกระจายกันทั่วเมืองและใกล้บ้านผู้ปกครอง สะดวกดีออกครับ คุณภาพก็ตามมีตามเกิด (ครูสอนดี นักเรียนๆ เก่งแค่ไหน พยายามแค่ไหน สุดท้ายก็ได้แค่นั้น)  
     
    By: ยุบโรงเรียนขนาดใหญ่ไปเลย      (101.51.250.*) 14/05/2013 02:46 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 25  
     
  ยุบรวมเป็นเรื่องที่ดี เด็กได้ประสบการณฺใหม่ๆ  
     
    By: ครูน้อย      (101.51.36.*) 14/05/2013 06:07 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 26  
     
  สวนดุสิตโพล ชี้ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ 60.09% ไม่เห็นด้วย ยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก
+โพสต์เมื่อวันที่ : 12 พ.ค. 2556

.....

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้ปกครองทั่วประเทศ จำนวน 1,292 คน ระหว่างวันที่ 8-11 พฤษภาคม 2556 เรื่อง การยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กที่เป็นกระแสอยู่ในขณะนี้

จากที่กระทรวงศึกษาธิการ จะยุบรวมโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กกว่า 17,000 แห่ง ทั่วประเทศโดยให้เหตุผลว่าเพื่อประหยัดงบประมาณ และจะทำให้กระบวนการจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ

ผู้ปกครองเห็นด้วยหรือไม่?
อันดับ 1 ไม่เห็นด้วย 60.09% เพราะ นร. ครู และผู้ปกครองได้รับผลกระทบ เช่น การเดินทาง การปรับตัว ความสัมพันธ์ระหว่าง รร.กับชุมชน ฯลฯ

อันดับ 2 ไม่แน่ใจ 22.71% เพราะ มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและคัดค้าน แต่ละฝ่ายต่างก็มีเหตุผลและอ้างถึงประโยชน์ที่เด็กจะได้รับเป็นสำคัญ ฯลฯ

อันดับ 3 เห็นด้วย 17.20% เพราะ ศธ.จะได้ควบคุมดูแลได้ง่ายขึ้น การบริหารจัดการเป็นระบบ เด็กได้รับการดูแลอย่างทัวถึง ฯลฯ

ที่มา มติชนออนไลน์ วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
 
     
    By: ครูบ้านนอก      (101.51.45.*) 14/05/2013 08:54 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 27  
     
  ท่านผู้ปกครองที่ไม่อยากให้ยุบก็อย่าส่งลูกไปเรียนในเมือง..จบข่าว
 
     
    By: ครู      (101.51.38.*) 14/05/2013 10:55 PM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 28  
     
  ยุบไม่ยุบชุมชนเขาจะพิจารณาเอง อย่าไปดูถูกว่าเขาไม่รู้ อย่าไปบ่นว่าระดมทุนทำผ้าป่า อันนั้นชุมชนเขายินดีทำเพื่อรักษาของๆเขา ที่โรงเรียนไม่เคยทำผ้าป่าแล้วไปขอจากข้างนอก ทำเฉพาะในชุมชนทุกปีเป็นประเพณีได้มากบ้างน้อยบ้างตามภาวะเศรษฐกิจ ผลโอเน็ตก็พอดูได้ในเกณฑ์ดี ชุมชนก็พอใจ นักเรียนถึงจะน้อย แต่ก็น้อยเพราะคนเกิดในแต่ละปีมีแค่ 2-3 คน ที่ดินสร้างโรงเรียนก็มาจากการบริจาคทั้งหมด ไม่ได้ซื้อแม้แต่บาทเดียว ครูไม่พอชุมชนก็จัดหาจ้างมาช่วยปีละ 2 คน โดยที่โรงเรียนมีหน้าที่จัดการเรียนการสอนให้ดีเท่านั้น ครูทุกคนสอนหมด ผอ.ยังต้องสอนตลอดเลย แบบนี้สมควรยุบหรือไม่ล่ะท่านทั้งหลาย  
     
    By: ครูน้อย      (182.93.173.*) 15/05/2013 10:05 AM
 

 
  ความคิดเห็นที่: 29  
     
  vfอดีตคือบทเรียน/ประสบการณ์ ปัจจุบันต้องทำให้ดีกว่าอดีต และอย่าลืมนึกถึงอนาคตท่ีจะต้องทำให้ดีกว่าปัจจุบันอีก ทั้งนี้ประโยชน์สูงสุดคือเด็ก/ผู้เรียนเป็นสำคัญ.....TextText Black  
     
    By: เป้ ดร. สบ.ป.บริบูรณ์  Mail to เป้ ดร. สบ.ป.บริบูรณ์    (171.101.72.*) 17/05/2017 01:10 PM
 


     
 
       
ชื่อ ::
  *
  รหัส ::   (เฉพาะสมาชิก)
 
อีเมล์ ::
  (สมาชิกไม่ต้องกรอก)
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
รายละเอียด ::
  *
  ใส่รูปแสดงอาการ ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
 
รูปประกอบ ::
  ไม่เกิน 50 Kb
       
     
 
     
 
 Search Word:
Support by http://www.pao-sisaket.go.th
This programe support PHP 4, MySQL Developer by NOKESTUDIO In Thailand
NINEBOARD Vol 3.0 Copyright © 2001-2002 NINETO SOLUTION All Rights Reserved.